หน้าเป็นฝ้าทําไงดี

รักษาฝ้า ประเภทของฝ้า
ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน
ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น

รักษาฝ้า

วิธีรักษาฝ้า
การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน รักษาฝ้า ดังนั้นเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ (ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าลึก รวมไปถึงครีมทาผิวประเภทไวเทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างสาร “ไฮโดรควิโนน“) เป็นต้น
ดูแลตัวเองจากภายใน นอกจากการทายา ทำทรีตเมนต์ รวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง
เลือกใช้ครีมบำรุง (ครีมรักษาฝ้า) การเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) รวมไปถึงครีมทาฝ้า ครีมแก้ฝ้า หรือครีมรักษาฝ้าต่าง ๆ ก็สามารถทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น

สูตรหัวไชเท้า สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า รักษาฝ้า คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้าง

วิธีทำให้ผิวขาว วิธีนี้แหละ..ใช่เลย!

อยากขาวอยากผิวขาวควรทำไงดี? สาวๆ หลายคนคงตั้งคำถามนี้กับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า และพยายามสรรหาวิธีทำให้ผิวขาวมาใช้บ่อยๆ วันนี้เราเลยนำวิธีทำให้ผิวขาวในแบบง่ายๆ แต่ได้ผลมาฝาก จะต้องทำยังไงบ้างนั้น มาดูกันเลย

อยากขาว

ขัดผิวทุกสัปดาห์

การขัดผิว เป็นวิธีทำให้ผิวขาวในแบบง่ายๆ อยากขาว แต่ได้ผลอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในทันทีหลังจากขัดเสร็จผิวจะไม่ได้ขาวมาก หากสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าผิวของเราขาวกระจ่างใสเปล่งปลั่งและยังเนียนนุ่มน่าสัมผัสในทันทีหลังจากขัด โดยสาวๆ สามารถหยิบเอาวัตถุดิบในการขัดผิวซึ่งเป็นเม็ดสครับขัดผิวที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะหันมาใช้วัตถุดิบขัดผิวที่หาง่ายรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นมะขามเปียกขัดผิว ซึ่งสูตรมะขามเปียกขัดผิวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มสาวๆ แถมยังให้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ ก็ยังสามารถขัดผิวด้วยมะละกอ น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว น้ำมันมะกอก ข้าวโอ๊ตและนมสด เป็นต้น โดยนำมาผสมกับเกลือทะเล แล้วนำมาขัดผิวก็จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ทำให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ผิวก็จะขาวกระจ่างใส แนะนำให้ขัดผิวด้วยสูตรจากธรรมชาติเหล่านี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวก็จะขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างแน่นอน

 

ผิวขาวด้วยเอเอชเอ

เอเอชเอหรือกรดผลไม้ สาวๆ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปหรือคลินิกเสริมความงาม โดยให้นำมาทาลงบนผิวหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เอเอชเอก็จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วหลุดออกมา นับเป็นอีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวที่ไม่ต้องง้อสูตรหน้าใสใดๆ เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม การใช้เอเอชเอนั้นจะต้องระวังเรื่องการออกแดดอย่างมาก อยากขาวเพราะมันจะทำให้ผิวบอบบางและไวต่อแดดมากขึ้นได้

รักษาสิวผด ง่ายนิดเดียว ด้วยพลังธรรมชาติจากมะเขือเทศ

สิวผด ปัจจุบันต้องยอมรับว่ากระแสการ รักษาสิวผด ด้วยวิธีการ บวกกับพืช ผัก และสมุนไพรจากธรรมชาติ กำลังได้รับความนิยมมาแรงแซงโค้งเลยทีเดียว ถึงขนาดว่าผลิตภัณฑ์เสริมความงาม หรือนวัตกรรมดูแลรักษาสิวมากมายชิดซ้าย ซึ่งหนึ่งในวิธีการ รักษาสิว ผดจากพืช ผัก สมุนไพรที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั้น มะเขือเทศ รักษาสิว ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นอย่างมาก เพราะมะเขือเทศ รักษาสิว นอกจากสรรพคุณดั่งกล่าวแล้ว มะเขือเทศยังมีคุณสมบัติสุดพิเศษ ในการช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ตามข้อมูลของ ครอบครัว  นี้ ครับ

สิวผด

มะเขือเทศมีสรรพคุณในการช่วย รักษา สิวผด ได้อย่างไรกันบ้าง?
ภายในมะเขือเทศ มีส่วนประกอบของสารที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านอนุมูลอสระชั้นยอด ที่เป็นที่กันรู้กันทั่วโลก และมะเขือเทศ รักษาสิวผด ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามิเอ ที่มีประโยชน์ในการดูแลผิว ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้มะเขือเทศรักษาสิวผดได้อย่างได้ผล ที่สามารถที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งมีสูตรธรรมชาติที่สามารถทำได้เองอย่างง่ายๆที่บ้านให้เลือกสรรตามความสนใจ ดังต่อไปนี้

1.สูตรมะเทศพอกหน้า
นำมะเขือเทศ 1 ลูกมาบดให้ละเอียด แล้วใช้ในการพอกหน้าบริเวณที่มี สิวผด และไม่มีสิว หรือพอกไว้ให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง ให้ทำต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวได้

2.สูตรมะเขือเทศกระชับรูขุมขน
วิธีการทำก็คือ นำน้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาว 2-4 หยด จากนั้นใช้สำลีชุบส่วนผสมดังกล่าวทาให้ทั่วบริเบณใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตาและปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3.สูตรมะเขือเทศมาร์คหน้ากับอาโวกาโด้
มะเขือเทศ วิธีรักษาสิวผด สูตรนี้ เริ่มด้วยการบดมะเขือเทศกับอาโวกาโด้ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทาให้ทั่วทั้งใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ10-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำเย็นก็ได้ แต่ต้องเช็ดหน้าให้แห้ง

 

สำหรับใครที่อยากจัดการกำจัด รักษา สิวผด ให้หมดไปจากใบหน้าของคุณอย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดี สดใส แข็งแรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขอแนะนำให้รู้จักกับ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Meedy Skin Detox สูตรรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการลดสิว เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย เพื่อขจัดสารพิษอันเป็นสาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดสิวในร่างกายให้น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดี ขาวเนียนมากยิ่งขึ้น ด้วยส่วนประกอบของวิตามินซีต่างๆ พร้อมกับกระตุ้นกระบวนการผลิตกลูต้าไธโอนในร่างกายตามธรรมชาติให้ดีมากยิ่งขึ้น

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน  คืออะไร?
สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้ว มีลักษณะเป็น เม็ด ตุ่ม หรือผื่น ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันจนก่อให้เกิดความแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว โดยสามารถจำแนกออกมาเป็นได้ทั้งสิวผด สิวที่มีลักษณะเป็นผดเล็กๆ แต่ไม่มีหัว และมักขึ้นในบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูกและแก้ม เมื่อไรที่เหงื่อออกมากหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน บวกกับการเช็ดถูผิวหน้าแรงๆ โดยมีสิ่งสกปรกทับถมเพิ่ม สิวผดก็มักจะผุดขึ้นได้อย่างง่ายดาย นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไป ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของสิวก็มีให้ทราบเพิ่มเติมดังนี้

 

สิวอุดตัน

ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน
ในส่วนของสิวอุดตันนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 ชนิด และลักษณะของสิวอุดตันแต่ละชนิดนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปดังนี้

วิธีการป้องกัน สิวอุดตัน
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น สบู่ โฟม หรือเจล ที่เหมาะกับสภาพผิวมัน และควรมีส่วนผสมของตัวยาที่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้
ไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารดีเทอร์เจ้นท์
หากเป็นคนที่มีใบหน้าที่มันมาก ควรใช้โลชั่นเช็ดหน้าหรือยารับประทานที่อยู่ในกลุ่ม Retionoids หรือยาคุมกำเนิดที่อยู่ในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้าได้
เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เพื่อสามารถป้องกันความมันของเนื้อครีมกันแดดได้
สำหรับผู้ที่มีใบหน้าแพ้ง่ายควรใช้ครีมแก้แพ้หรือสบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะสบู่ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนต่อสภาพผิว
ครีมบำรุงที่ใช้ไม่ควรเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันและเนื้อครีมไม่ควรมัน รวมทั้งไม่มีฮอร์โมนผสมอยู่ในครีมบำรุงนั้นด้วย
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย ไม่ว่าจะเป็น อาหารที่มีความมัน อาหารรสชาติจัดจ้าน ขนมหวาน ไอศกรีม หรือแม้แต่ผลไม้อย่างทุเรียนก็ตาม
ควรให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งไม่ปล่อยให้อยู่ในภาวะตึกเครียด เพราะภาวะดังกล่าวจะทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้น
ไม่ควรเอามือไปกดหรือบีบสิวเอง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ สิวอุดตัน หลุดออกมาได้แล้ว ยังทำให้สิวมีอาการอักเสบขึ้นมาได้สำหรับวิธีการรักษาสิวอุดตันนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะทำการรักษาด้วยยา หรือแม้แต่รักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ก็ล้วนมีโอกาสทำให้สิวอุดตันหายได้ ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวนั้นมีดังนี้

รักษาสิวอุดตันด้วยยา
ใช้ยาเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือที่รู้จักในชื่อ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งยาชนิดนี้จะมีความสามารถในการช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับปานกลาง และมีหลากหลายยี่ห้อให้ได้เลือก เช่น Benzac AC, Enzoxid, Brevoxyl, PanOxyl, ACNEXYL โดยคุณสามารถใช้ยาตัวนี้ได้ด้วยการนำมาทาให้ทั่วใบหน้าก่อนการล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็น โดยทายาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด มันจะช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมันได้
ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีในชื่อที่เรียกว่ายาละลายสิวอุดตัน ซึ่งเป็นสารสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ มีความสามารถในการช่วยลดสิวอุดตันได้ในระดับดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยในการละลายไขมันที่อุดตันให้มีความอ่อนตัวและหลุดออกมาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA ซึ่งเป็นตัวยาที่มีทั้งในรูปแบบโลชั่นและของเหลว ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าตัวยาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ แต่กลับมีผลข้างเคียงน้อยกว่า จึงทำให้โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นสิวอักเสบหรือผลกระทบจากการใช้ยาน้อยลง โดยผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะมีส่วนช่วยในการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงเป็นการป้องกันการเกิดสิวได้ไปในตัว
วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ
นอกจากวิธีการรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยาแล้ว การรักษาในแบบธรรมชาติอย่างผักผลไม้หรืออาหารที่อยู่รอบตัวเราบางชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและช่วยให้สิวแห้งเร็ว ก็นับว่าน่าสนใจเช่นกัน โดยคุณสามารถหยิบเอาวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้เลยสิวชนิดนี้เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันสะสมที่อยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อทำการเปิดก็จะมีรูปร่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ สำหรับสิวอุดตันหัวปิดนี้จะขึ้นอยู่ที่ขนาดของมันที่สามารถอยู่ได้นานหรือหลายเดือน แต่ที่แน่ๆ ประมาณ 75% ของสิวอุดตันหัวปิดนี้จะกลายมาเป็นสิวอักเสบ

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน
ในบางรายอาจเป็นสิวอุดตันที่เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนกินช็อกโกแลต และผ่านไปสักพักจะมีสิวขึ้นทันที
บางครั้งเกิดจากสภาพอากาศแต่ละช่วง ซึ่งบางคนไม่สามารถโดนแดดมากๆ ได้ เพราะเมื่อโดนแดดมากๆ จะทำให้สิวขึ้น
เกิดจากความเครียด เพราะการที่คนเราอยู่ในภาวะที่มีความเครียดนั้น จะทำให้ความต้านทานโรคภายในร่างกายยิ่งต่ำลง จนสามารถทำให้เชื้อโรคเกิดการเจริญเติบโตได้ง่ายมากขึ้น
เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสาเหตุนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่การรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันนี้สามารถรักษาให้สิวอุดตันหายได้อย่างแน่นอน
เกิดจากการทาครีมหรือแป้ง เพราะครีมและแป้งบางยี่ห้อนั้นสามารถทำให้มีการอุดตันรูระบายไขมันได้ ซึ่งสารเคมีที่อยู่ในสบู่บางชนิดนั้นอาจทำให้เกิดการกระตุ้นจนทำให้สิวขึ้นมาได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิว น้ำมันหรือแม้แต่โลชั่นทาผิวบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้เช่นกัน
เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่น การที่อยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือแม้แต่การอยู่ในช่วงของวัยรุ่น โดยที่กรดไขมันที่เกิดจากการย่อยไขมันจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อมๆ กับเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ระดับของฮอร์โมนเพศในช่วงดังกล่าวนั้นจะกระตุ้นทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันได้มากขึ้น และนั่นก็จะทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสที่จะแบ่งตัวได้มากขึ้นนั่นเอง สิวอุดตัน

วิตามินบำรุงผิว

วิตามินบำรุงผิว จากข้อมูลดังที่ได้กล่าวไปแล้ว คงจะทำให้หลายคนมองเห็นภาพโดยรวมแล้วว่า วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่ง วิตามินบำรุงผิว เหล่านี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ในราคาไม่แพง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะมี วิธีกิน วิตามินซี ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เห็นไหมว่า ในโลกใบนี้ ยังมี วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว?สำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์ วิตามินบำรุงผิว อาหารเสริมวิตามินซี ที่ช่วยในการทำให้ผิวขาวใส ขาวไว เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพน่าสนใจ นั่นก็คือ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวัน

วิตามินบำรุงผิว

เรื่องของผิวนั้น หากเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจากภายในและภายนอก รับรองค่ะว่าจะทำให้สาวๆ แก่ช้าลงได้อย่างแน่นอน สาวคนไหนกลัวแก่เร็ว วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับดูแลตัวเองไม่ให้แก่เร็วมาฝาก มาพร้อมการมีผิวที่อ่อนเยาว์ สดใสอีกด้วย ต้องทำอย่างไรบ้าง รีบตามไปดูกันดีกว่า

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า มี วิตามินบำรุงผิว จำนวนมากมายอุดมอยู่ภายในอาหารประเภทพืช ผัก และผลไม้ต่างๆที่เรารับประทานในชีวิตประจำวัน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่ทราบอยู่ดีว่า เหล่าวิตามินที่กล่าวมานั้น อะไรบ้างที่มีความโดดเด่นในฐานะของวิตามินผิวบำรุงผิว สำหรับบทความในวันนี้ จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับหนึ่งในวิตามินผิวบำรุงผิวชั้นเลิศ ที่มีราคาถูก หาได้ง่าย แถมยังได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรักสวยรักงามจากทั่วโลก ซึ่งเจ้าวิตามินผิวบำรุงผิวดังกล่าวนั้นก็คือ “วิตามินซี” นั่นเอง ส่วนเจ้าวิตามินตัวนี้ จะมีประสิทธิภาพอย่างไรนั้น ติดตามอ่านได้จากบทความของ ครอบครัว Ovolva.com ชิ้นนี้ กันได้เลยครับ
วิตามินซี วิตามินบำรุงผิวชั้นเยี่ยม

วิตามินซี คืออะไร?
วิตามินซี เป็นวิตามินประเภทที่สามารถละลายตัวในน้ำได้ ทำให้ร่างกายไม่สามารถเก็บกักวิตามินซีเอาไว้ใช้ในร่างกายในระยะยาวได้ ทำให้จำเป็นที่จะต้องได้รับวิตามินซีจากภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทางอาหารการกินในชีวิตประจำวันนั่นเอง ซึ่งเมื่อวิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ จึงทำให้สามารถถูกขับได้อย่างง่ายดายทางปัสสาวะ ทำให้วิตามินซี เป็นหนึ่งในวิตามินบำรุงผิวบำรุงผิวที่ไม่อันตราย ไม่สะสมตัวในร่างกาย ถึงแม้จะรับประทานเข้าไปมากเท่าใดก็ตาม

วิตามินซี มีคุณสมบัติในช่วยบำรุงผิวพรรณได้อย่างไร
หลายคนอาจจะสงสัยว่า วิตามินซี ช่วยอะไร บ้าง ในด้านความงาม และสุขภาพ ดังต่อไปนี้
1.ช่วยปกป้องเซลล์ผิวให้มีสุขภาพดี มารี เมอร์ฟี นักวิทยาศาสตร์โภชนาการ ประจำมูลนิธิผู้บริโภคของประเทศอังกฤษ กล่าวว่า วิตามินเป็นหนึ่งในวิตามินบำรุงผิว ที่มีส่วนเกี่ยวกันธุ์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ซึ่งส่งผลช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมากนั่นเอง
2.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้วิตามินซี ยังช่วยเพิ่มปริมาณของธาตุเหล็ก ที่ร่างกายสามารถดูดซับจากแหล่งอาหารประเภทพืช อาทิเช่น ผักคะน้า บล็อกโคลี่ และกะหล่ำ เป็นต้น ซึ่งเป็นการช่วยลดรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บให้น้อยลง
3. อุดมด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี ทำให้วิตามินซีช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลที่เป็นอันตรายต่อความงาม อย่างอนุมูลอิสระ สารพิษ และมลพิษต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิตามินซี ยังส่งผลกระทบส่งผลกระทบต่อเซลล์ภายใน และภายนอกของร่างกาย การศึกษาที่ตีพิมพ์ภายในวารสารอเมริกันคลีนิกโภชนาการ ได้ทำการสำรวจแล้วพบว่า การบริโภควิตามิซีในปริมาณสูง มีความสัมพันธ์กับความลดลงของความหยาบกร้าน และริ้วรอยของผิวที่ดีมากขึ้น ด้วยการศึกษาผู้หญิงระหว่างอายุ 40 ถึง 74 ปี จำนวน 4025 ราย

 

ควรรับประทานวิตามินซีจำนวนมากน้อยเพียงใดในหนึ่งวัน?
เพื่อการบำรุงผิวพรรณอย่างเหมาะสม คุณควรที่จะทำการรับประทานวิตามินซีจากอาหาร หรือการทานวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมอย่างเหมาะสม ถ้าหากเป็นในวิยผู้ใหญ่ โดยพื้นฐานพวกเขาจะต้องการวิตามินซีอยู่ที่ประมาณ 40 มิลลิกรัม ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ ร่างกายจะมีความต้องการวิตามินซีมากขึ้น เนื่องจากการสูบบุหรี่จะบั่นทอนวิตามินในเนื้อเยื่อของร่างกาย และในระบบไหลเวียนโลหิต ในส่วนของความงามแล้ว ควรทำการวิตามินซีจำนวนมากกว่า 1000 มิลลิกรัม ขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ทั้งภายใน และภายนอกได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง ซึ่ง วิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ ขอเพียงแค่กินในปริมาณทีเ่หมาสม เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เท่านั้น
เมื่อทราบคุณสมบัติของวิตามินบำรุงผิว จากวิตามินซีแล้วจะรอช้าอยู่ใย รีบไปหามาเติมเต็มสุขภาพผิวกันเลยดีกว่าสำหรับใครที่กำลังมองผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วิตามินซี ผิวขาว ที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง ที่มีประสิทธิภาพน่าสนใจ นั่นก็คือ Daily Vits ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก Acerola Cherry ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1500 mg. เพียงทานวันละ 1 เม็ด ก็พอเพียงสำหรับความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ ให้ขาว นุ่มเนียน สดใส ลดรอยเหี่ยวย่น พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคภัยต่างๆ อย่างพอเหมาะสำหรับหนึ่งวัน วิตามินบำรุงผิว