จมูกสโลปสวย โดยหมอไทย ไม่ต้องไปถึงเกาหลี

รีวิวเสริมจมูก เราหญิงนะคะ วันนี้ ก็จะมารีวิวเสริมจมูกนะคะ เป็นอะไรที่ประทับใจแบบสุดๆ ปกติไม่รีวิวอะไรง่ายๆ นะหญิงเลือกที่จะเสริมและตัดปีกกับคุณหมอมนัส เมโกะคลินิกค่ะ คุณหมอมากประสบการณ์ มือวางอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เดิมนะคะหญิงก็เป็นคนที่จมูกแบนปีกจมูกบานเหมือนคุณพ่อเลย ก็เลยตัดสินใจที่จะเสริมจมูกด้วยซิลิโคลนอเมริกา เทคนิคการเติมเนื้อก้นกบ และก็ตัดปีกจมูก ตะไบฐานจมูก การที่นำก้นกบมาใส่รองตรงปลายจมูกเพื่อไม่ให้ซิลิโคนทะลุค่ะ

รีวิวเสริมจมูก

หญิงก็จะให้ดูภาพbeforeก่อนนะคะ แบนและบานไม่ไหวแล้ว 555 รีวิวเสริมจมูก

หลังจากที่ไปปรึกษากับคุณหมอมนัสมานะคะ คุณหมอก็บอกว่าหน้าไม่เท่ากัน ซึ่งความเป็นจริงทุกคนก็หน้าไม่เท่ากันอยู่แล้วนะคะ555 หญิงก็ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ คุณหมอมนัสก็ยังบอกอีกว่าหนูโชคดีอย่างหนึ่งที่เป็นคนมีหน้าผาก เพราะว่าถ้ามีหน้าผากแล้วก็จมูกที่โด่งเข้ากัน ถ้ามองด้านข้างจะสวยมาก รู้สึกโชคดี555 ยังไงก็ไปชมภาพหลังทำตามลำดับเลยค่ะ

ตื่นเต้นมากๆเลยคะได้ขึ้นเขียงแล้ว555 อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะสวยละ

หญิง01

หลังจากที่หญิงทำมาไม่นานก็จะมาอาการบวมช้ำเขียวนิดหน่อย ซึ่งก็เป็นอาการปกติของคนศัลยกรรมค่ะ คุณหมอมนัสมือเบามากๆๆๆคะ เจ็บแค่ฉีดยาชานิดเดียวเอง คุณหมอบรรจงมากค่ะ ถามตลอดว่าเจ็บมั้ยหญิงเองก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย พูดถึงบรรยากาศในห้องผ่าตัด สะอาดมากค่ะ เครื่องมือแพทย์ก็ผ่านการฆ่าเชื้อมาอย่างดี (อันนี้แอบถามพยาบาล555) ถ้าในห้องผ่าตัดสะอาด ข้างนอกก็ต้องสะอาดด้วย ใช่ม่ะ ถูกต้องค่ะแถมการบริการเยี่ยมมากคะหญิงยกนิ้วให้เลย

หญิง

พอทำเสร็จคุณหมอก็ให้ดูทรง พอทำเสร็จออกมาจากห้องผ่าตัด พนักงานถามตลอดเลยว่าเป็นไงบ้างคะ เจ็บมั้ย มีอาการยังไงบ้าง บริการดีมาก เหมือนครอบครัวเลย คุณหมอก็ให้ยามารับประทานคือยาฆ่าเชื้อ แก้อักเสบ ลดรอยแผมเป็น ลดบวม และอุปกรณ์ทำแผล ซึ่งหญิงเองก็ได้ทำตามที่คุณหมอแนะนำมาอย่างเคร่งขัดรีวิวเสริมจมูก

[เสริมจมูก] แก้ดั้งเสีย ให้เป็นดั้งสวย

แต่งปลายจมูกสวัสดีจ้า วันนี้เราจะมาแบ่งปันประสบการ์ณของเรา เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังตัดสินใจเลือกคุณหมออยู่นะคะ เราเคยทำจมูกมาแล้ว 3 ครั้ง ไม่ได้เป็นคนเสพย์ติดศัลยกรรมนะแต่มีปัญหามาตลอด เหตุที่เราต้องทำครั้งที่ 4 เพราะว่าตอนแก้ครั้งที่ 3 จมูกเราเสริมซิลิโคนพร้อมกับใช้เนื้อเยื่อเทียมแทนการใช้กระดูกอ่อนหลังหู แล้วปรากฏว่าแทบไม่ดูโด่งขึ้นเลย แถมสันจมูกเรายังแหลมเล็ก และซิลิโคนมันอยู่ตื้นมากๆ จนเราสามารถมองเห็นซิลิโคนได้เลยอ่ะ ปลายจมูกบุบอีก เราบอกกับหมอว่า เราไม่โอเคน้า สภาพแบบนี้ หมอบอกใจเย็นๆรอก่อนตอนนี้มันยังไม่เข้าที่ จนแล้วจนรอดก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ทนกับสภาพนั้นมาได้สองปี

แต่งปลายจมูก

นี่เป็นสภาพจมูกเราก่อนแก้ค่ะ จะเห็นว่าถ่ายหน้าตรงแล้วไม่เห็นดั้งเลย แต่งปลายจมูก

เราตัดสินใจหาข้อมูลเพื่อเปลี่ยนจมูกให้อีกครั้ง ดูรีวิวนู่นนี่ทั้งของหมอที่ไทย และเกาหลี แล้วเราก็เจอรีวิวนึงที่มาทำจมูกกับคุณหมอสอง หรือคุณหมอนพรัตน์ แห่ง NCC clinic ค่ะ เราเลยลองไปคุยกับคุณหมอก่อนค่ะ คุณหมอให้ทำแนะนำดีมากๆ ถามเราว่าอยากได้ประมาณไหน มีรูปประกอบมั้ย และเราสามารถทำได้ถึงระดับไหน แบบไหนบ้าง แล้วคุณหมอก็ตรวจดูจมูกเราแล้วคุณหมอก็จดๆลักษณะต่างๆและปัญหาของจมูกเราแบบละเอียดมากกกก และตอบคำถามเราได้ดีมาก เครียทุกสิ่ง เราคิดว่าคุณหมอสองนี่แหละ จะช่วยแก้ดั้งเสียเราให้กลายเป็นดั้งสวยๆได้แน่นอน เราก็โทรนัดวันเลยค่า

และวันขึ้นเขียงก็มาถึง ก่อนทำคุณหมอได้มาพูดคุยกับเราเพื่อให้เข้าใจตรงกันอีกครั้ง สิ่งที่เราทำคือ เสริมจมูกด้วยซิลิโคน ใช้กระดูกอ่อนหลังหูช่วย และแต่งปีกจมูกให้ได้รูปเนื่องจากรูจมูกของเราไม่เท่ากัน หลังจากนั้นก็รอเวลาขึ้นเขียง เราได้คิวที่สองค่ะ ก็ชิลๆออกไปกินข้าวรอ ถึงเวลาผู้ช่วยของคุณหมอก็โทรตามให้มาเตรียมตัว ก่อนทำคุณผู้ช่วยให้เราทานยา และไปเปลี่ยนชุดแล้วเข้าไปรอที่ห้อผ่าตัด เราแอบตื่นเต้นแอบกลัวอ่ะ น้องผู้ช่วยก็คอยพูดคุยด้วยตลอดระหว่างรอ ทำให้หายตื่นเต้นไปบ้าง คุณหมอสองให้ความสำคัญกับทุกๆขั้นตอนเลยโดยเฉพาะเรื่องความสะอาด คุณหมอเป็นคนทำความสะอาดหน้าและหูเองอีกครั้งก่อนเริ่มผ่าค่ะ ระหว่างผ่าก็มีเสียงเพลงจากคุณหมอเพื่อให้ผ่อนคลายค่ะ555 จนคุณหมอถอดซิลิโคนอันเก่าออก เราอยากเห็นสภาพว่าเป็นยังไง คุณหมอใจดีค่ะ เปิดผ้าปิดตาให้เราดู พอเห็นเท่านั้นแหละ อือหืออออ คือมันเป็นแท่งเล็กๆและผ่านการเหลาแบบหยาบมากเหมือนกับเอาคัตเตอร์เหลาดินสอไม้อย่างงั้นอ่ะ คุณหมอเริ่มเหลาซิลิโคน แล้วลองใส่ดูอยู่สองครั้งค่ะ ก็เย็บปิดและเก็บปีกจมูกค่ะ รวมๆเวลา น่าจะเกือบๆสองชั่วโมงได้ค่ะ เสร็จแล้วก็เปลี่ยนชุดพร้อมรับยาและเจลเย็น กลับบ้านได้ค่ะ โดยคุณหมอนัดให้มาดูแผลและตัดไหมในอีกหนึ่งสัปดาห์ค่ะ

นี่คือสภาพหลังทำเสร็จ (โปรดอย่าตกใจกับหน้าสดของเรา 555) แต่งปลายจมูก

เสริมหน้าอก ทรงกลม — > คล้อยเป็นหยดน้ำ หมอชาติชาย พฤกษาพงษ์

ทรงหยดน้ำ ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ เราเสริมหน้าอก ทรงกมลซิลิโคน Mentor ขนาด 375cc ผิวทรายนะค่ะ ราคาที่ทำ 80,000 บาทค่ะ เสริมออกมาแล้วทรงคล้อยเป็นหยดน้ำเลยล่ะค่ะ เพราะอะไรนะหรอ มาดูนี่ค่ะ ———- >

ทรงหยดน้ำ

ตามนี้แหละค่ะ ที่ทำให้ได้หน้าอกที่คล้อยดูทรงเป็นหยดน้ะ ทรงหยดน้ำ แต่คุณหมอก็ให้ระวังเรื่องนมจะหย่อนยานค่ะ เพราะถ้าดูแลไม่ได้จะยานได้เร็วกว่าคนอื่นค่ะ นมอาจกลายเป็นี่เต้าไปเลยค่ะ

เราทำกับคุณหมอชาติชายนะค่ะ ที่ Beauty plus clinic สาขาทองหล่อค่ะ

เดินทางก็สะดวกดีค่ะ ขาไป ไปเองคนเดียว โดยรถไฟฟ้า BTS ค่ะ ขากลับนี้ให้แฟนไปรอรับกลับค่ะ เพราะคุณหมอบอกว่า กลับเองไม่ได้แน่ ๆ จะมึนยาสลบเอามาก ๆ ค่ะ

มาดูรูปหลังทำแล้วสองวันนะค่ะ พันผ้าไว้

แล้วก็รูปตอนคลายผ้าออก สามวันนั้นแหละค่ะ หมอนัดไปคลายผ้าที่คลินิกค่ะ

พอคลายผ้าออกแล้ว รปสึกสบายมาก ๆ ค่ะ เพราะตอนทำมาสองวันแรก บอกเลยว่า มันอึดอัดมากค่ะ อาการเหมือนจะหายใจไม่ออกค่ะ พอคล้ายผ้าออกแล้ว ก็หายไปหมดเลยค่ะ แค่รู้สึกหนักๆ หน้าอกเท่านั้นค่ะ

มาดูหน้าอกตอน 7 วันนะค่ะ ( รูปเบลอๆหน่อยค่ะ )

ทรงหน้าอกยังไม่เข้าที่ค่ะ ถ่ายรูปเองด้วย

และอัพเดทล่าสุดค่ะ 14 วันตัดไหมเรียบร้อยค่ะ ให้น้องพยาบาลถ่ายให้หลังตัดไหมเสร็จค่ะ

เป็นไงบ้าง สวยไหมค่ะ หน้าอกเราตล้อยเป็นหยดน้ำเลย ชอบมาก ๆค่ะ หลังจากนี้คงอยู่ที่เราแล้วค่ะ ว่าจะดูแลมันให้เป็นแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน ห่วงก็เรื่องจะหย่อนยานแหละค่ะ เพราะคุณหมอแกเตือนไว้แล้ว ถ้าดูแลไม่ดีนี่ หย่อนเป็นสี่เต้าได้เลย ข้อดีของเราคงเป็นที่ทำทรงกลม ได้คล้อยเป็นหยดน้ำ แต่ข้อเสียก็คือ นานไปอาจยานเป็นสี่เต้าได้ ก็ดูแลกันต่อไปค่ะทรงหยดน้ำ

เมื่อเราหนีแม่ ไปทำจมูก

ทำดั้งเมื่อเราหนีแม่ ไปทำจมูก
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนในบอร์ด หนูชื่อจ๋านะคะ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ของหนู เด็กม. 5 ดั้งแหมบๆ ที่ตั้งใจจะแอบแม่ไปทำจมูกแต่… (อย่าเพิ่งดุหนูนะคะที่อายุไม่ถึงแล้วหนีไปทำศัลยกรรม อ่านให้จบก่อนนะค้าาา!!) เริ่มแรกเลย หนูอยากทำจมูกเพราะหนูเป็นคนดั้งแหมบ เรียกว่าไม่มีดั้งเลยก็ได้ค่ะTT_TT โดนเพื่อนล้อจนเซ็งมากกกก แต่แม่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย 555555555 จะทำทำไม พ่อแม่ให้ก็ดีอยู่แล้ว ยังมีจมูกไว้หายใจ ไม่ได้พิการ บลาๆๆๆๆ ขนาดหนูเก็บตังเองก็ไม่ให้ทำค้าาา โอ้ยยย เกิดมาชาติเดียวขอหนูทำเถอะแม่จ๋าา ไม่ได้อยากได้โด่ง ขอมีดั้งนิดนึงก็พอแล้วค่าา TT_TT ….. ขอจนเหนื่อย เลยตัดสินใจหนีแอบไปปรึกษาก่อนก็ได้ฟระ55555

ทําดั้ง

ก่อนทำของหนู แหมบแค่ไหน ถามใจดู!! ทำดั้ง

คลินิกที่หนูแอบไปปรึกษาทั้งหมดมีประมาณ 5 คลินิกค่ะ ปรึกษาในอินบ๊อคเฟสไป 2 ที่ ได้ไปปรึกษากับหมอจริงๆ 3 ที่ (2 ที่แรกหนูตัดออก เพราะเค้าให้เข้าไปปรึกษาเพิ่ม แต่เสียตังอีก500 งั้นบรัยยยย) ส่วนอีก 3 คลินิก ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะค้าา 1. หมอบุญถิ่น ชื่อดัง ย่านบางลำพูเจ้าา สภาพคลินิกเหมือนคลินิกรักษาโรคทั่วไป แต่คนนี้อื้อหื้อออ เยอะมากกกกก นั่งรอเกือบชั่วโมงก็ได้เจอคุณหมอตัวเป็นๆ (หมอแอบดุง่ะ) ปรึกษาแล้วหมอทำได้นะคะ แต่อาจจะได้ไม่โด่งมากเพราะเนื้อน้อย 6,000 บาทถ้วน (ได้จับซิลิโคน รู้สึกว่าแข็งมากๆ)

เมื่อเราหนีแม่ ไปทำจมูก
**ยืมรูปจากอากู๋นะคะ

2. หมอชาตรี สยามคลินิก (ใกล้ๆ บีทีเอสราชเทวีอ่ะค่ะ) สภาพคลินิกถือว่าโอเคกว่าที่อ่านรีวิวในเน็ต คิวไม่นานเท่าไหร่แต่รอกันแบบอบอุ่นไปอีกค้า เพราะที่ค่อนข้างเล็ก 55555 แต่คุณหมอใจดีค่ะๆ เสริมให้โด่งได้ หมอบอกถนัดเสริมโด่งๆ อยู่แล้ว ราคาปานกลางประมาณ 15,000 บาท (ซิลิโคนแบบเดียวกับหมอบุญถิ่น แต่ลูกค้าเก่าที่เห็นในคลินิกคือจมูกพุ่งมาก สวยทุกคนเลย แต่หนูดันชอบแบบจมูกธรรมชาติมากกว่าTT_TT)ทำดั้ง

ทรงจมูก ที่คุณต้องรู้ เชื่อว่าใครศัลย์ก็ปัง

ทรงจมูก การเสริมจมูกดูไม่ใช่เรื่องไกลตัวกันแล้วค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ใครๆก็ทำกันไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือชาย ดังนั้นการเสริมจมูกจึงได้ชื่นว่าเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ค่ะ จมูกสำคัญยังไงทำไมถึงได้รับความนิยมมากขนาดนี้ : เพราะจมูกเป็นจุดศูนย์กลางของไปให้ที่ใครๆต่างพากันสังเกตก่อนสิ่งอื่นใดบนใบหน้านั่นเองค่ะ

ทรงจมูก

ทรงจมูกสวยๆที่ฮิตที่สุด ไม่เคยตกเทรน ทรงจมูก ไม่ว่าใครทำก็สวยเป๊ะ !! (รวมทรงจมูกมากกว่า 50 แบบที่ไม่ว่าคลินิกไหนก็ต้องมีรูปไว้) ไม่ว่าจะเสริมจมูกที่ไทย หรือ ไปเสริมจมูกที่เกาหลี บอกเลยว่าควรไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

จมูกทรงนี้ ถือว่าเป็นทรงสิริมงคล เรื่องโชคลาภโหงวเฮ้งดี รับทรัพย์กันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับใครที่อยากมีทรงจมูกรับทรัพย์แบบนี้ไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องมีเนื้อปลายจมูกเยอะด้วย จะมีดั้งอยู่ก่อนแล้วหรือไม่มีไม่ใช่ปัญหา เพราะทรงนี้ เน้นความเป็นธรรมชาติที่สุด ปลายไม่เชิดไม่สูงมาก เพียงแต่เสริมให้ดูมีสันจมูกขึ้นมาเท่านั้น  การเสริมจมูกทรงนี้เป็นทรงจมูกพื้นฐานที่สามารถทำได้กับทุกเคสค่ะ ไม่ว่าใครที่เสริมจมูกทรงนี้รบรองว่าออกมาแล้วดูดีแน่นอนค่ะซิสส!! เชื่อว่าหลายคนคงถือรูปจมูกทรงนี้แล้วเอาไปให้คุณหมอดูแน่ๆ

จมูกทรงนี้ นิยมนำมาเป็นแบบในการเลือกทรงจมูกไม่น้อยหน้าแต่ละทรงที่ผ่านมาเลยค่ะ นั่นเป็นเพราะดาราในดวงใจของใครหลายๆคนนิยมเสริมจมูกด้วยจมูกทรงนี้นั่นเองค่ะ ลักษณะเด่นของจมูกทรงนี้คือ ปลายที่เชิดเล็กซึ่งทำออกมาแล้วทำให้หน้าโดยรวมดูเปรี้ยว แบบลงตัวสุดๆ เชื่อว่าคนที่หมายปองจมูกทรงนี้ไม่ได้มีแค่สาวๆเท่านั้นนะคะ แต่ทรงจมูกทรงนี้ยังได้รับความสนใจจากบรรดาหนุ่มๆอีกด้วยสำหรับใครที่อยากจะเสริมทรงนี้ คุณจะต้องมีพื้นฐานจมูกที่ดีพอสมควรเพราะการเสริมจมูกทรงนี้คุณหมอจะเน้นแค่ส่วนปลายของจมูก ดังนั้นคนที่เหมาะกับการทำจมูกทรงนี้ถ้าพื้นฐานเป็นคนจมูกงุ้มหรือจมูกค่อนข้างบาน รับรองว่าถ้าทำจมูกทรงนี้ออกมา ฟันธงเลยค่ะว่าหน้าเปลี่ยน เปะปัง!!!! เพราะการเสริมจมูกทรงนี้จะช่วยให้ปลายจมูกยกขึ้น  แก้ปัญหาจมูกบาน หรือปลายงุ้มลงอย่างเห็นได้ชัด ใครที่ทำทรงนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะทรงจมูก

[ตัดลดโหนกแก้ม/กราม] รีวิวสดๆร้อนๆ ตัดโหนก ตัดกราม

ศัลยกรรมโหนกแก้มสวัสดีค่ะ ตอนนี้อยู่ในช่วงพักฟื้นพอดี เลยถือโอกาสมาทำรีวิวคร้า ส่วนตัวเป็นคนหน้าบานมาก ลองมาเยอะทั้งเมโส ทั้งโบ ก็ไม่ลด บวกกับหน้ามีโหนก เนื่องจากจัดฟันเสร็จ ทำให้หน้าดูดุ ไม่อ่อนหวาน ศึกษาข้อมูลมาเรื่อยๆ

ศัลยกรรมโหนกแก้ม

ครั้งแรก. ปรึกษาหมอ สุทัศน์ รพ ยันฮี ศัลยกรรมโหนกแก้ม เพราะเคยกรอโหนกคิ้วกับคุณหมอ ครั้งนี้เลยเข้าไปปรึกษา ชอบการบริการของที่นี่นะ แต่ติดที่ว่า ให้เวลาในการคุยกับคุณหมอน้อยมาก หมอตอบข้อมูลไม่ละเอียดเท่าที่ควร ได้คุยกับคุณหมอ 5 นาที ตอนแรกตัดสินใจว่าจะทำที่นี่ เพราะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย. ระหว่างรอวันผ่า ก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ไปสะดุดตากับรีวิว ของคุณหมอ พีรศักดิ์ เลยติดต่อคุณเคท จนท ที่คอยดูคิวและให้ข้อมูลคร้า ตอนแรกส่งรูปไปปรึกษาคุณเคทก่อน แต่ด้วยความใจร้อนอนากคุยกับคุณหมอโดยตรงเลย เพราะมีแพลนจะทำสิ้นเดือน ธันวา ช่วงปีใหม่พอดีจะได้ลายาวพักฟื้น ตัดสินใจติดต่อคุณเคท เพื่อจองคิวเข้าปรึกษา

ครั้งที่ 2 ปรึกษา คุณหมอ พีรศักดิ์ ที่ รพ เจ้าพระยา คุณหมอน่ารัก ใจดี และให้ข้อมูลละเอียดมากๆค่ะ คุยกับคุณหมอเกือบ ชม คุณหมอตอบทุกคำถาม ไม่รีบ และมีการทำภาพจำลองใบหน้า ให้ดูด้วยค่ะ ว่าหน้าจะออกมาประมาณไหน ของเรามีปัญหาที่ไขมันแก้มด้วย ซึ่งถ้าตัดกรามอย่างเดียว คงไม่ได้ผลตามที่เราต้องการ เลยตัดสินใจ ตัดโหนก กราม และวีไลน์ พร้อมกับดูดไขมันแก้ม แอบขอคางยาวๆด้วย เพราะอยากมีคางโดยไม่เสริมซิลิโคน คุณหมอสามารถทำได้โดยใช้เทคนิควีไลน์ ตัดเลื่อนกระดูกคาง

ปรึกษาเสร็จ กลับมาบ้าน ตัดสินใจทำกับคุณหมอพี เลยค่ะ เพราะได้รับข้อมูลที่ละเอียด และมั่นใจในผลงานคุณหมอค่ะ คุณหมอพีรศักดิ์ เป็นอาจารย์แพทย์ อยู่ รพ ศิริราช ด้วยค่ะ ทำให้มั่นใจศัลยกรรมโหนกแก้ม

[ตัดลดโหนกแก้ม/กราม] ครั้งแรกกับการไปศัลยกรรมที่เกาหลี

ตัดโหนกแก้ม สวัสดีค่ะ ชื่อนุ่นนะคะ ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าไม่เคยเขียนรีวิวอะไรที่ไหนมาก่อนเลย แต่เป็นคนชอบอ่านรีวิวของคนอื่นนะคะ พอมีประสบการไปทำศัลยกรรมเองก็เลยอยากแชร์ให้คนอื่นได้อ่านบ้างค่ะ
โดยส่วนตัวเคยเสริมจมูกมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่เคยทำศัลยกรรมใหญ่เช่นการปรับโครงหน้าที่กำลังจะไปทำในช่วงเดือนตุลาคมนี้ค่ะ ปัญหาที่ทำให้ตัดสินใจไปปรับโครงหน้าที่เกาหลี เพราะส่วนตัวมีปัญหาเรื่องโหนกแก้มใหญ่และกว้าง เวลายิ้มยิ่งเห็นชัดเลยว่าโหนกแก้มชัดมากๆ

ตัดโหนกแก้ม

รูปภาพก่อนการผ่าตัดสังเกตดูนะคะว่านอกจากโหนกแก้มที่สูงแล้วยังไม่เท่ากันอีกด้วย ตัดโหนกแก้ม

เมื่อหาข้อมูลจนพอใจแล้วนุ่นตัดสินใจปรึกษากับเอเจนซี่เจ้าหนึ่งซึ่งเค้าก็แนะนำให้ปรับโครงหน้า 3 มิติและถอดซิลิโคนคางเพราะซิลิโคนคางทำให้โครงหน้าส่วนล่างดูเบี้ยว และดูดไขมันกรอบหน้าเพื่อให้หน้าเรียวและเห็นโครงหน้าได้ชัดขึ้น ก่อนตัดสินใจทำก็แอบรู้สึกกังวลนิดหน่อยนะคะก็เลยย้ำกับทางเอเจนซี่ว่าขอคุณหมอที่เก่งๆนะคะ ขอโรงพยาบาลที่ปลอดภัยด้วย><

หลังจากนั้นทางเอเจนซี่ได้แนะนำ Dr.Kim Jong Yun ซึ่งเป็นคุณหมอที่เคยผ่าตัดทำศัลยกรรมโครงหน้าและขากรรไกร ในรายการศัลยกรรมชื่อดังอย่างรายการ Let Me in Season 2-6 ก่อนจะมาเปิดศูนย์ศัลยกรรมโครงหน้าและขากรรไกรเป็นของตัวเองหลังจากที่ดูข้อมูลของคุณหมอแล้วนุ่นสนใจมากเลยค่ะ แอบศึกษาข้อมูลหารีวิวอีกนิดหน่อยก่อนตัดสินใจว่าจะทำกับ Dr.Kim Jong Yon โดยทางคุณเคท Surgery Review ก็คอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยหาข้อมูลที่พักให้ น่ารักมากๆค่ะ หลังจาก

ตัดสินใจทำแล้วเราก็จองตั๋ว เคลียงานรอเลยค่ะ กะว่าไปเที่ยวหลังการทำศัลยกรรมด้วยเรียกได้ว่าไปทั้งทีต้องเอาให้คุ้มค่ะ 555+
วันที่ 23 ตุลาคม 2560 เครื่อง Landing ที่สนามบิน Incheon ประเทศเกาหลี มีรถมารับที่สนามบินค่ะ มาส่งที่รพ. และที่รพ.จะมีล่ามไทยคอยดูแลตลอดเวลาการปรึกษา การผ่าตัด และคอยดูแลหลังการผ่าตัดค่ะ

นี่เป็นรูปภาพหลังการผ่าตัดนะคะ (ลืมบอกไปค่าว่านุ่นบอกคุณหมอว่าไม่ชอบหน้าเรียวยาวเกินไป ขอแบบหวานๆละมุนๆ)

ผ่าตัดปรับโครงหน้าที่นี่ไม่มีสานเดนเลือดเหมือนที่อื่นนะคะ เพราะเป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอที่กรีดแผลเล็กและตรงจุดที่จะผ่าตัด จึงทำให้เสียเลือดน้อยค่ะ

ช่วง 3 วันแรกจะบวมๆหน่อยนะคะ แต่ที่นี่มีทรีสเม้นลดบวมให้ทุกวันค่ะ เป็นการกระตุ้นการไหลเวียของเลือดหลังผ่าตัด นุ่นมาทำทรีสเม้นทุกวันเลย มันช่วยได้จริงๆค่ะตัดโหนกแก้ม

วิธี…ปรับรูปหน้าให้เรียวอย่างตรงจุด

ปรับหน้าเรียวปัญหาหน้าไม่เรียวได้รูปสมส่วน เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากกรรมพันธุ์ที่เป็นมาต้ังแต่กำเนิด อายุและวัยที่เพิ่มขึ้น ความอ้วนหรือความเจ็บไข้ได้ป่วยที่มีผลทำให้รูปหน้าผิดปกติ แต่ไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทุกคนล้วนต้องการมีใบหน้าที่เรียวสวยหล่อดูดีมีมิติด้วยกันทั้งนั้น หรือไม่ก็ใกล้เคียงจุดนั้นที่สุด ทีนี้มาดูกันว่าทั้ง 13 วิธี…ปรับรูปหน้าเรียวอย่างตรงจุด มีเทคนิคหรือวิธีการใดบ้างที่สามารถเนรมิตให้ใบหน้าคุณดูดียิ่งขึ้น ตั้งแต่วิธีการง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองไปจนกระทั่งต้องอาศัยมีดหมอแปลงโฉม

ปรับหน้าเรียวปรับหน้าเรียว

วิธีปรับรูปหน้าเรียวที่ทำได้ด้วยตัวเอง ปรับหน้าเรียว

1 – เปลี่ยนทรงผมให้หน้าเรียว
วิธีนี้ช่วยอำพรางใบหน้าที่บานให้แลดูเรียวขึ้น ด้วยการทำผมแสกข้าง ไว้ผมยาว หรือดัดผมให้พอง ซึ่งจะช่วยลดความกลมของใบหน้าลง หรือจะสไลด์ผมด้านข้างให้เป็นเลเยอร์ก็ช่วยให้หน้าเรียวได้เช่นกัน แต่คนหน้าบานหรือหน้ากลมห้ามตัดผมสั้นจนเกินไป เพราะจะทำให้แก้มเด่นออกมา

2 – เฉดดิ้งหน้าเรียว
เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่สร้างแสงเงา เพื่ออำพรางจุดบกพร่องทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ช่วยให้รูปหน้าสวยและสมส่วนขึ้น โดยใบหน้าของแต่ละคนมีวิธีการเฉดดิ้งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งต้องลองสะบัดแปรงแต่งหน้าเอง เพื่อหาวิธีการที่เหมาะกับรูปหน้าหรือจะสอบถามเคล็ดลับจากช่างแต่งหน้าก็ได้

3 – นวดหน้าเรียว
สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยครีมนวดหน้าเรียวที่น่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บวกกับวิธีการนวดหน้ากระจกแบบช้าๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุด ซึ่งเริ่มนวดตั้งแต่หน้าผาก กล้ามเนื้อใต้ตา แก้ม ไล่มาจนถึงบริเวณมุมปาก นอกจากนี้ยังใช้ลูกกลิ้งรูปตัว Y ที่ช่วยปรับหน้าให้เรียวเล็กได้ด้วย

4 – บริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า
ช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดสูบฉีดที่ใบหน้าดีขึ้น ซึ่งมีหลากหลายท่าที่ช่วยลดเฉพาะส่วนของใบหน้าให้กระชับขึ้น อาทิ ท่าลดแก้ม ท่าลดไขมันใต้คาง ท่ากระชับใบหน้า ท่าบริหารกล้ามเนื้อ และท่าบริหารกราม

5 – ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร
สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนออกนอกหน้าจนแก้มเยอะย้วยอย่างเห็นได้ชัด การควบคุมน้ำหนัก ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้รูปร่างกระชับสมส่วนขึ้น รูปหน้าก็เช่นกัน

6 – ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และอาหารที่มีรสเค็ม
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำและกักตุนน้ำสำรองไว้บริเวณใบหน้า รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำและแก้มป่อง ดังนั้น ควรลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่มีรสจัด เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ

วิธีปรับรูปหน้าเรียวที่ต้องอาศัยแพทย์

7 – จัดฟัน
ทำให้หน้าดูเรียวเล็กลง แต่เป็นวิธีที่ได้ผลเฉพาะกับบางคนเท่านั้น สำหรับผู้ที่ฟันสวยอยู่แล้วการจัดฟันอาจไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปหน้า ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันหลังจากจัดฟันบางคนจะหน้าเรียวเล็ก แก้มตอบลง และคางดูยาวขึ้น ซึ่งส่งผลให้รูปหน้าโดยรวมเปลี่ยนไป

8 – Meso Fat ลดแก้ม
การกำจัดไขมันและเซลลูไลท์ส่วนเกินเฉพาะจุด ด้วยตัวยาที่มีคุณสมบัติในการสลายไขมันบริเวณที่ต้องการ โดยตัวยาเข้าไปทำให้ไขมันบริเวณใบหน้าเกิดการแตกตัว และไขมันที่จับตัวกันอยู่สลายออกไป พร้อมกับถูกขับออกทางปัสสาวะ ใบหน้าจะค่อยๆ เรียวได้รูปขึ้น

9 – Botox
โบท็อกซ์ เป็นการลดการทำงานของกล้ามเนื้อและช่วยลดขนาดกราม ทำให้หน้าเรียวเล็กดูเป๊ะปัง หรือ V – Shape ขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการปรับรูปหน้ายอดนิยมอย่างหนึ่งในปัจจุบัน โดยคนไข้ควรปรึกษาคุณหมอและเลือกใช้บริการคลินิกที่่น่าเชื่อถือ รวมทั้งใช้ตัวยาแท้ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองอย่างถูกต้องจะได้หน้าเรียวอย่างปลอดภัย

10 – Filler
ฟิลเลอร์ คือ การเติมเต็มจุดบกพร่องบนใบหน้าให้ดูเอิบอิ่มมีมิติ เช่น การเติมฟิลเลอร์หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม และคางช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้โดดเด่น ไม่กลมอวบอูมเช่นเคย รวมทั้งช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย

11 – Thermage CPT หน้าเรียวกระชับ
การใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุ (RF – Radio Frequency) หรือ ‘Thermage CPT’ ส่งพลังงานความร้อนเข้าไปยังผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งช่วยสร้างพลังงานงานความร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ปัญหาเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยให้กลับยืดหยุ่นขึ้น และกรอบหน้าดูเรียวกระชับขึ้นอย่างมีมิติเป็นธรรมชาติ รวมทั้งสามารถย้อยวัยย้อนอายุให้ผิวได้นานนับ 10 ปีปรับหน้าเรียว

แชร์ประสบการณ์ตัดกราม หลังจากเปรียบเทียบ 3 คลินิค สุดท้ายเราก็เลือกยันฮี

ตัดกรามจากการที่เราได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการศัลยกรรมตัดกรามจากพันทิพและเวบบอร์ดอื่นๆ เราคิดว่าการแชร์ประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ ที่เราได้ประสบมาจริงๆ น่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนคนอื่นที่สนใจไม่มากก็น้อย วันนี้เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ของเราให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

ตัดกราม

สำหรับคลินิคที่เราไปสอบถามมา แต่ไม่ตัดสินใจทำ เราไม่กล้าเอ่ยชื่อคลินิคและพิกัดอย่างชัดเจน แต่สำหรับยันฮี เราจะมาเล่าประสบการณ์เป็นตอนๆ เลยนะคะ ตัดกราม

เราเป็นคนเหนือค่ะ หน้าเหลี่ยมมากจนเพื่อนๆ ที่โรงเรียนล้อว่า หนูหน้าทักษิณ
พอจบมหาลัย เราเลยตัดสินใจจะตัดกรามก่อนเข้าทำงานค่ะ
ตอนแรกก็ตั้งใจจะตัดในจังหวัดที่อาศัยอยู่เนี่ยแหละค่ะ เพราะจะได้พักฟื้นที่บ้านและคุณแม่จะได้ช่วยดูแลง่าย
เราเลยเข้าไปปรึกษาคลินิค2คลินิคในจังหวัดค่ะ

***
คลินิคแรก เป็นคลินิคของคุณหมอผู้ชายชื่อดังค่ะ มีคนรีวิวหลายคน และพอเสิชชื่อคุณหมอก็มีกล่าวถึงเยอะในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม
พอเราเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิค บอกตรงๆ ว่าสภาพคลินิคผิดกับที่คาดไว้มากเลยค่ะ
คุณหมอเค้าดัง คนไข้เยอะ คลินิคใหญ่กว้างขวาง แต่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนคลินิคทำแท้งเถื่อนค่ะ ดูเก่า และมืดๆทึมๆ
แต่จากการสังเกตคนไข้คนอื่นที่นั่งรอ และใบประกาศนียบัตรของคุณหมอ ก็ทำให้เราอุ่นใจขึ้นมาหน่อย
เรานั่งรอแป๊บเดียว พยาบาลก็เรียกให้เราขึ้นไปพบคุณหมอค่ะ
คุณหมอเพิ่งผ่าตัดเสร็จ ออกมาพักแป๊บนึง เลยให้เราเข้าไปคุยด้วยได้ประมาณ5นาที
หน้าห้องผ่าตัดก็มีคนไข้รอผ่าอยู่ 2-3 ราย
พอเราเข้าไปพบคุณหมอ บอกตรงๆ ว่าเราตกใจค่ะ โต๊ะที่เรานั่งคุยกับคุณหมออยู่หน้าห้องผ่าตัดเลย และเราก็มองเข้าไปเห็นคนนอนอยู่ เห็นเตียง เครื่องไม้เครื่องมือ และผู้ช่วยคุณหมอค่ะ ที่บอกว่าเราตกใจก็เพราะว่า ทำไมห้องผ่าตัดถึงดูเหมือนไม่ได้รักษาความสะอาดหรือเป็นห้องปลอดเชื้อเลย
ผู้ช่วยก็แต่งชุดธรรมดา เดินเข้าเดินออกห้องได้โดยไม่มีการเปลี่ยนชุดหรือฆ่าเชื้อใดๆ ค่ะ
เราก็สอบถามคุณหมอเรื่องการตัดกราม สนนราคาที่ 50000 บาทถ้วนค่ะ
คุณหมอบอกว่าทำวันนี้ได้เลย ใช้เวลาผ่าตัด30นาที นอนพักแป๊บนึง แล้วเดินกลับบ้านได้เลยภายในวันนั้น
คือเราก็ตกใจมากค่ะ เห้ยยย นี่มันตัดกระดูกนะ มันควรจะเป็นการผ่าตัดใหญ่ ทำไมมันรวดเร็ว แล้วไม่มีการพักฟื้นหรือเตรียมตัวอะไรเลยรึไงฟระ
คุณหมอก็บอกเราว่าหมอเชี่ยวชาญมากค่ะ ทำมาหลายเคส หมอคนอื่นที่ใช้เวลา2-3ชั่วโมง คือพวกไม่โปร
คุณหมอพูดด้วยความมั่นใจเกิน 100% จนเราชักหวั่นๆว่าหมอมั่นใจเกินไปจนจะละเลยหรือประมาทกับการผ่าตัดรึป่าว
อีกคำถามที่เราถามคือ คุณหมอจะตัดกรามให้เราแบบในปากหรือนอกปาก
คุณหมอบอกว่าทำได้ทั้งคู่ค่ะ แต่ปกติจะตัดแบบนอกปาก เพราะว่าถ้าตัดในปาก แผลอาจอักเสบง่าย ดูแลรักษาลำบาก
ทั้งคุณหมอและคุณพยาบาลเชียร์ให้ตัดแบบนอกปาก
แต่เรากังวลเรื่องแผลเป็น กลัวจะเห็นชัด คุณพยาบาลรีบบอกเลยว่าแผลนิดเดียว วัยรุ่นอยู่กลับไปทาฮีรูดอยเดี๋ยวก็จาง
จากการพูดคุยกับคุณหมอและสถานที่ บอกตรงๆว่าเราไม่โอเคเลย ไม่มีความมั่นใจกับที่นี่เลยสักนิด
แต่คุณแม่เราบอกว่าไม่น่ากลัวหรอก คุณหมอเค้าเชี่ยวชาญ ทำมาหลายเคสแล้ว
เราเลยบอกแม่ว่า ขอไปถามที่อื่นเปรียบเทียบดูก่อน เราเลยมุ่งหน้าไปคลินิคที่สองค่ะ

***
คลินิคที่สอง เป็นคลินิคของคุณหมอผู้หญิง สถานที่ดูดีกว่าคลินิคแรกเยอะ สะอาดสะอ้าน สบายตา
แต่เสิชในกูเกิลแล้ว ไม่มีรีวิวเคสตัดกรามของคุณหมอคนนี้เลยค่ะ
พอเราเข้าไปคุยกับคุณหมอ คุณหมอเค้าพูดเพราะ และอธิบายดีมากค่ะ คือฟังแล้วยังไงคุณหมอคนนี้ก็น่าเชื่อถือ และดูปลอดภัยกว่าคุณหมอคนก่อน
ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ดังเท่า หรือไม่ได้มีประสบการณ์มากเท่าคนก่อนก็เถอะ
คุณหมอบอกว่า ถ้าเราจะตัดกรามกะเค้า เราต้องไป x-ray ก่อนเพื่อดูว่าเส้นประสาทอยู่ลึกแค่ไหน ถ้าอยู่ไม่ลึกก็จะตัดกรามออกได้น้อยค่ะ
(คลินิคแรกไม่มีการบอกให้ไป x-ray หรือตรวจเลือดอะไรใดๆเลยค่ะ สงสัยคุณหมอท่านเชี่ยวชาญมากจริงๆ -.-!!!)
คุณหมอบอกว่าถ้าจะตัดกราม หมอแนะนำให้ตัดแบบในปาก เพราะถ้าตัดข้างนอก มีโอกาสที่จะเห็นแผลเป็นชัด และเป็นแผลเป็นไตๆ ได้ค่ะ
ท่านบอกว่ากลัวเราอายุมากขึ้นจะเสียใจทีหลังที่เลือกทำแบบนอกปาก
นอกจากนี้ การตัดกรามเป็นการผ่าตัดใหญ่ คุณหมอต้องไปเช่าเครื่องมือ ห้องผ่าตัด และห้องพักที่โรงพยาบาลเอกชนค่ะ
เพราะฉะนั้นราคาจึงค่อนข้างแพง คือ 90000 บาท แต่คุณหมอจะลดให้เหลือ 85000 บาทค่ะ
บอกตรงๆว่าเราโอเคกับคลินิคที่สองมากๆ ในแง่ของตัวคุณหมอและการดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาดและความปลอดภัย
แต่ราคานี้เราสู้ไม่ไหวจริงๆค่ะ จะเป็นลม

***
และในที่สุดก็มาถึง โรงพยาบาลยันฮีค่ะ ตัวเลือกใหม่ที่โผล่มาแบบไม่ได้ตั้งใจ
จากข้อมูลในเว็บไซต์ยันฮี แพคเกจตัดกรามแบบในปากพร้อมที่พัก2คืน ราคาอยู่ที่ 55000 บาทค่ะ
แต่ละเดือนก็จะมีโปรโมชั่นต่างๆ กันไป ตอนเราทำเราได้ส่วนลด 5%
เราตัดสินใจโทรเข้าไปที่ยันฮีคอลเซ็นเตอร์ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่เค้าเป็นกันเอง และให้คำแนะนำได้ดีมากๆ เลยค่ะ
ข้อมูลที่เราได้รับจากเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์คือ
รายชื่อคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านตัดกราม
การเตรียมตัวโดยคร่าวๆ คือ งดอาหารเสริมและวิตามินก่อนผ่าตัด 2-3 สัปดาห์ งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง และเมื่อไปถึงก่อนผ่าตัด เราจะได้ตรวจเลือด x-ray และดูความพร้อมของร่างกายก่อนผ่าตัดค่ะ เมื่อผ่าตัดเสร็จเราก็จะได้พักฟื้นที่โรงพยาบาล เป็นห้องพิเศษเดี่ยว มีคุณพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ เราชั่งใจเทียบราคาและความน่าเชื่อถือแล้ว เราก็ชวนคุณแม่ขึ้นเครื่องไปกรุงเทพเพื่อคุยกับคุณหมอเลยค่ะ
เราตั้งใจเข้าไปคุยดู ถ้าคุยแล้วโอเค เชื่อถือได้ เราก็จะผ่าเลย

ต่อไปเราจะเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลเลยนะคะ
– เมื่อเราเข้าไปติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ และทำบัตรเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะเดินนำ พาเราไปที่แผนกศัลยกรรม โดยที่ว่าตลอดขั้นตลอดการติดต่อนั้น คนไข้ทุกคนจะมีพยาบาลคอยประกบและนำทางให้ตลอดเลยค่ะ
– หลังจากการซักประวัติและคุยกับคุณหมอแล้ว ถ้าเราตัดสินใจจะทำ เราก็จะต้องไปเซ็นหนังสือยินยอม และจ่ายเงินค่ะ
– เมื่อจ่ายเงินเสร็จ ก็จะมีพยาบาลพาเราไปเจาะเลือด x-ray และพาเราไปพบวิสัญญีแพทย์
– วิสัญญีแพทย์จะมาอธิบายขั้นตอนการวางยาสลบ และการผ่าตัดโดยคร่าวๆ โดยเค้าจะซักประวัติเราอย่างละเอียด และจะให้คำแนะนำว่าอาการหลังการผ่าที่เกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง และเราควรปฏิบัติตัวอย่างไรหลังออกห้องผ่าตัดมา
– จากนั้นพยาบาลก็จะพาเราเข้าไปที่ห้องพักของเราค่ะ เค้าจะให้เราเปลี่ยนชุด และให้น้ำเกลือเพื่อไม่ให้เราหิว
– ก่อนผ่าตัดประมาณ 30นาที-1ชั่วโมง พยาบาลจะนำยานอนหลับมาให้เรากิน เพื่อให้เราผ่อนคลาย ไม่กระวนกระวาย
– ส่วนตัวเราไม่ได้กลัว เพราะเตรียมใจมานานแล้ว และเราก็ง่วงเป็นทุนเดิม พอทานยานอนหลับเสร็จ ก็หลับสบายเลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนปลุกให้เราไปขึ้นรถเข็นเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข็นเราไปห้องผ่าตัดค่ะ
– เราหลับไปบนรถเข็นตั้งแต่ตอนที่อยู่ในลิฟต์ ไม่รู้สึกตัวเลยว่าเข้าห้องผ่าตัดตอนไหน มีใครบ้าง ไม่มีการที่ว่าหลังดมยาสลบแล้วนับเลข …เพราะเราชิวเกินไป เลยหลับไปตั้งแต่ก่อนดมยาสลบ -*-
– หลังจากผ่าตัดเสร็จ เราต้องนอนรอให้ห้องพักฟื้น1-2ชั่วโมง เพื่อจะมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด จริงๆ เราก็ไม่รู้สึกตัวว่าต้องรอหรอกค่ะ ที่มาเล่าได้เพราะเจ้าหน้าที่เค้าเล่าให้ฟัง
– เรารู้สึกตัวครั้งแรกหลังผ่าตัดก็ตอนอยู่ในห้องพักฟื้นเนี่ยแหละ แต่มันสลึมสลือ ไม่รู้หรอกค่ะว่าอยู่ที่ไหน รู้ตัวแค่ว่าพยายามยกมือขึ้น แล้วก็มืดไป ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในห้องพักส่วนตัวแล้ว
– ตื่นมาตอนแรกเราไม่เจ็บเลยค่ะ ไม่มีอาการใดๆเลย ไม่หิว ไม่คอแห้งด้วย เรารู้แค่ว่ามีผ้าพันรอบหัว คืนแรกหลังการผ่าตัด เราง่วงมาก หลับแทบตลอดเวลา (แอบรำคาญคุณพยาบาลที่เข้ามาวัดความดัน เช็คอาการบ่อยๆ เพราะเราง่วง 555)
– ถึงแม้เราจะไม่คอแห้ง แต่คุณแม่ก็พยายามป้อนให้เรากินน้ำค่ะ แต่คุณหมอบอกว่าให้แค่จิบๆ เพราะถ้าดื่มมากไปจะอ้วกออกมาได้ เราดื่มไปไม่มากก็รู้สึกอยากอ้วก คลื่นไส้ แต่พอดมยาดม ได้ออกซิเจน ก็ดีขึ้นค่ะ สรุปคือหลังผ่าเราไม่อ้วกเลย
– สิ่งเดียวที่ทานได้หลังผ่าตัดคือน้ำเปล่าเท่านั้น วันแรกหลังการผ่าตัดเราสามารถดื่มน้ำหวานได้(ทาง รพ จัดน้ำหวานเฮลบูบอยให้) และวันที่สองสามารถทานโจ๊กปั่นได้ค่ะ
– วันแรกหลังผ่า ช่วงเช้าเราก็ยังนอนเยอะค่ะ และไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ตอนบ่ายเนี่ยสิ เริ่มรู้สึกตึงๆ บวมๆ และเจ็บที่ปาก แต่ก็ไม่ได้ปวดอะไรมาก
– วันที่สองหลังผ่า เป็นอะไรที่บวมอลังการ บวมจนรู้สึกว่าหน้าจะแตกได้ทุกเมื่อ ความปวดก็ไม่มากเหมือนเดิมค่ะ
– ตลอดเวลาที่เรานอนพัก เราจะได้รับน้ำเกลือตลอดเวลาค่ะ และพยาบาลจะมาฉีดยาแก้ปวดให้ด้วย เราเลยไม่ค่อยรู้สึกปวดมากนัก
– การดูแลคนไข้ที่ยันฮีดีมากค่ะ พยาบาลใจดี เช็ดตัวให้ ขอให้ช่วยอะไรก็ไม่มีหงุดหงิด อันนี้ปลื้มมากๆ
– พอครบวันที่สอง เราก็จะได้รับโบรชัวร์แนะนำการปฏิบัติตัวและยากลับบ้าน จากนั้น7-10วันก็ต้องมาพบคุณหมออีกทีเพื่อติดตามการผ่าตัด
– หลังออกจาก รพ เราก็นั่งเครื่องกลับบ้านเลยค่ะ ไปทั้งหน้าบวมๆ แบบนั้นแหละ คุณหมอจะออกใบรับรองให้เราด้วย เพื่อไปแสดงให้ จนท ที่สนามบินเพราะว่าหน้าเราเปลี่ยน บวมเป็นอึ่งอ่าง ไม่เหมือนหน้าในบัตร

ตอนที่เราพิมพ์นี้ เราผ่านการผ่าตัดมาได้ 10 วันแล้วค่ะ ตอนนี้หน้าบวมลดลงจนมีขนาดเท่าเดิมเหมือนก่อนผ่าตัด
คาดว่าอีก 2-3 อาทิตย์น่าจะได้เห็นหน้าเรียวๆ ของตัวเองสมใจ
โดยรวมแล้ว หลังการผ่า เราก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ไม่ได้รู้สึกปวดมากจนทนไม่ได้ จริงๆ ปวดน้อยกว่าผ่าฟันคุดอีก
แต่ที่หงุดหงิดที่สุดคือการไม่ได้ทานของที่เราอยากทานค่ะ
จนถึงวันนี้ทานได้แต่โจ๊ก เต้าหู้ ไข่ตุ๋น ขนาดเคี้ยวผักต้มเปื่อยๆ ยังเมื่อยเลย
นี่เราก็ถือซะว่าเป็นการลดความอ้วนไปในตัว
รอให้เคี้ยวอาหารได้ก่อนเถอะะะะ จะเอาไขมันที่หายไปกลับคืนมา
ถ้าใครมีคำถามอะไรอยากปรึกษาก็ถามเราได้นะคะ จะพยายามช่วยตอบเท่าที่ตอบได้ตัดกราม

เคล็ดลับ/สาระน่ารู้ รีวิวผ่าตัดลดแก้ม! คุณค่าที่คู่ควรสำหรับคนหน้ากลม แก้ม

ลดแก้มการผ่าตัดลดแก้ม (ผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม) เป็นวิธีการหนึ่งในการปรับรูปหน้าให้มีขนาดเรียวหรือเล็กลงอย่างถาวร วิธีการคือแพทย์จะทำผ่าตัดลดขนาดแก้มโดยการนำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก ปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้าเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน ส่งผลต่อรูปหน้าทำให้รูปหน้าดูกลม แก้มเยอะ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ ไขมันกระพุ้งแก้มเป็นไขมันที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิดซึ่งเป็นไขมันชั้นลึก มีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งบางรายเป็นพันธุกรรมแก้มป่อง

ลดแก้ม

การแก้ไขปัญหานี้ในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย ลดแก้ม เป็นทางออกขั้นพื้นฐานแต่ไม่ได้ถาวร แต่ความเชื่อของหลายๆ คนนั้นเชื่อว่าเมื่อผอมหรือน้ำหนักลงแล้ว แก้มจะลดลงเป็นเพราะไขมันชั้นผิวหนังบางลง และหลายคนจึงเลือกการฉีดสารเพื่อสลายไขมัน แต่การรักษาที่ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ถาวรชัดเจนคือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการศัลยกรรมผ่าตัดลดแก้มซึ่งเป็นการปรับรูปหน้าวีเชฟ หนึ่งตัวเลือกศัลยกรรมสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง หรือ พันธุกรรมแก้มป่อง เนรมิตรโดยทีมแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง ระดับอาจารย์ที่มีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี ที่มีเทคนิคเฉพาะในการผ่าตัด ดังนั้นจึงทำให้เราได้รับความไว้วางใจและความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ดาราเซเลป เนตไอดอล และลูกค้าที่เข้ามารับบริการผ่าตัดลดแก้ม เทคนิคไร้เลือด By DRK Beauty Clinic มากกว่า 10,000 กว่าเคส การันตีได้จากรีวิวที่มีมากมาย

แล้วบริเวณไขมันกระพุ้งแก้ม อยู่ตรงไหนกัน ?

ไขมันกระพุ้งแก้มซึ่งเป็นไขมันของแก้มที่อยู่ชั้นลึกระหว่างกล้ามเนื้อกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขบเคี้ยวอาหาร จึงเป็นที่มาของไขมันกระพุ้งแก้ม

ใครที่เหมาะกับการผ่าตัดลดแก้ม ?

เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มป่อง คล้ายถุงกระเปราะที่แก้ม ซึ่งแม้น้ำหนักตัวจะลดลง แก้มก็ยังคงป่อง อยู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากพันธุกรรม และมีช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป

ไขมันที่ตัดออกมาจะมากหรือน้อย ?

ปริมาณของไขมันกระพุ้งแก้มนั้นจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เมื่อทำการผ่าตัดออกไปแล้วไขมันนี้จะไม่สามารถกลับมาเกิดขึ้นได้อี และภายหลังการผ่าตัดรูปหน้าจะมีการปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติเพราะไขมันใต้ผิวหนังที่แก้มลดลงตามธรรมชาติ ตามช่วงอายุ

ระยะเวลาในการเห็นผล

ในระยะ1-2 สัปดาห์แรกหลังจากได้รับผ่าตัด จะมีอาการบวมในลักษณะที่คล้ายการผ่าตัดผ่าผ่าฟันคุด ซึ่งคนไข้สามารถใช้ชีวิตตามปกติ อาการบวมจะค่อยๆยุบตัวลงใน 3-7 วัน หลังจากนั้นแก้มจะค่อยๆเข้าที่ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือน และเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน เป็นต้นไป ลดแก้ม