สิวยีสต์ สิวเชื้อรา สิวผด รักษายังไงดี

สิวผดบทความนี้คัดลอกมาจากเว็บไซต์คณะเภสัช ม.มหิดลสิวผด มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น สิวเทียม สิวยีสต์ สิิวเชื้อรา เป็นปัญหากวนใจวัยรุ่นหลายๆคน หรือแม้แต่วัยผู้ใหญ่เองก็พบได้เช่นกัน โดยเฉพาะสิวบนใบหน้าที่อาจทำให้สูญเสียความมั่นใจได้ ด้วยเหตุนี้ บางคนตัดสินใจไปพบแพทย์ผิวหนัง ขณะที่บางคนเลือกที่จะค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมักมีผู้มาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสิว แล้วทดลองรักษาด้วยตัวเอง แต่หากผื่นที่เราเห็นว่าคล้ายสิวนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่สิวทั่วๆไปที่เราคุ้นเคย ยารักษาสิวแบบเดิมที่เราใช้อยู่อาจไม่ช่วยให้หายเป็นปกติ ซึ่งปัจจุบันในเว็บไซต์ต่างๆ มีการกล่าวถึงสิวชนิดหนึ่งเรียกว่า “สิวเชื้อรา” ทั้งในแง่ของการให้ความรู้และการตั้งกระทู้ข้อสงสัย เช่น เป็นสิวทำไมหมอจ่ายยาฆ่าเชื้อรา เป็นต้น เรามาดูกันว่า สิวแบบนี้มีจริงหรือไม่ แล้วจะรักษาอย่างไร

สิวผด

โรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา สิวผด หรือ สิวเชื้อรา ส่วนใหญ่มักเกิดที่ผิวหนังบริเวณหน้าอก แผ่นหลัง แต่สามารถพบได้ที่ไหล่ คอ และใบหน้า เป็นต้น ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผื่นเม็ดเล็กๆ (papules) มีขนาดใกล้เคียงกัน (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) และจากการที่เชื้อรา มาลาสซีเซีย เจริญเติบโตมากผิดปกติบริเวณรูขุมขน (hair follicle) จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเป็นตุ่มแดงและอาจมีตุ่มหนอง (pustules) ร่วมด้วย ดังแสดงในรูปภาพ แต่ไม่มีลักษณะของสิวอุดตัน (comedones) และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการคันบริเวณที่เป็นผื่น โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนชื้น หรือช่วงที่ต้องทำกิจกรรมมากขึ้น เช่น ออกกำลังกาย ซึ่งแตกต่างจากสิวทั่วไปที่ไม่ค่อยมีอาการคัน

ยาที่ใช้รักษาสิวเชื้อรา

เนื่องจากสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อรา ดังนั้น ยาที่เหมาะสมในการรักษาจึงเป็นยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งมีทั้งรูปแบบยาทาผิวหนัง และยารับประทาน โดยหากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา หรือสิวเชื้อรา การรักษามักเริ่มด้วยยารับประทาน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงกว่ายาทา ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยาสามารถแพร่กระจายไปยังรูขุมขนซึ่งอยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ได้ดี ขณะที่ยาทามักใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยารับประทาน หรือใช้หลังจากที่ผื่นหายแล้ว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ ตัวอย่างยาที่มีการใช้รักษาโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา แสดงดังตาราง โดยทั่วไปจะใช้เวลารักษาประมาณ 1-2 เดือน แต่บางกรณีอาจใช้เวลารักษานานกว่านั้น เช่น กรณีที่เป็นซ้ำบ่อยๆ

อาการข้างเคียงและข้อควรระวังของยาฆ่าเชื้อรา มีอะไรบ้าง

กรณียาทาผิวหนังมักไม่ค่อยพบอาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่อาจพบอาการระคายเคืองบริเวณที่ทายา เช่น ซีลีเนียม ซัลไฟด์ มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังลอก (keratolytic activity) ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผิวหนังถลอกได้ จึงควรทาทิ้งไว้เพียง 5-10 นาที แล้วล้างออก เป็นต้น ส่วนยาคีโตโคนาโซลชนิดรับประทาน ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาไม่แนะนำให้ใช้เป็นยาอันดับแรก (first-line drug) สำหรับรักษาโรคติดเชื้อรา เนื่องจาก 1) พบรายงานว่ายามีผลทำลายตับ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 2) ยากดต่อมหมวกไต ทำให้การสร้างฮอร์โมน คอร์ติโค-สเตียรอยด์ (corticosteroids) ลดลง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย และ 3) ยามีผลรบกวนการออกฤทธิ์ของยาอื่นหลายชนิด (หรือยาตีกัน) ดังนั้น หากใช้ยานี้ ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ข้างต้นจากแพทย์ผู้ทำการรักษา

สำหรับยาฟลูโคนาโซล และไอทราโคนาโซล อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง แต่ไม่พบในผู้ป่วยทุกคน นอกจากนี้ ยาทั้งสองชนิดอาจทำให้เกิดตับอักเสบได้เช่นกัน แต่พบน้อย อีกทั้งต้องระวังเรื่องยาตีกัน เช่น (1) เพื่อให้ยาถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ ควรรับประทานยาไอทราโคนาโซล (แคปซูล) หลังอาหารทันที และห้ามใช้ร่วมกับยาลดกรดในกระเพาะอาหาร (2) ทั้งยาฟลูโคนาโซล และไอทราโคนาโซล มีผลรบกวนการออกฤทธิ์ของยาอื่นหลายชนิดที่อาจมีการใช้ร่วมกัน เป็นต้น

จากข้อมูลที่นำเสนอมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโรครูขุมขนอักเสบจากเชื้อรามีลักษณะคล้ายสิวมาก ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผิวหนัง ซึ่งจะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และบางกรณีอาจต้องนำเนื้อเยื่อหรือหนองจากบริเวณที่เป็นผื่นไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าผื่นที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากเชื้อราชนิดดังกล่าวจริง นอกจากนี้ การใช้ยาแต่ละชนิด ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร ผู้ป่วยไม่ควรวินิจฉัยโรคหรือทดลองใช้ยาด้วยตัวเอง เพราะหากใช้ยาไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากยาได้สิวผด

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสมุนไพรรักษาฝ้า อย่างเห็นผล

รักษาฝ้า วิธีเยียวยารักษาฝ้าบนใบหน้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อคอสแพงๆในการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ หรือสารเคมีลอกฝ้า เรามาลองเยียวยารักษาฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติกันก่อนดีกว่า แล้วจะรู้ว่าการรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรนั้นดี และเห็นผลจริงขนาดไหน!

รักษาฝ้า

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า

ฝ้า มักเกิดจากคลื่นรังสี UV จากแสงแดดที่ทำร้ายผิวหน้า รักษาฝ้า ทำให้เมานินทำงานผิดปกติ จนเกิดรอยฝ้าตามส่วนต่างๆของใบหน้าที่กระทบแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ จมูก แก้ม ริมฝีปาก คาง หน้าผาก และส่วนอื่นที่กระทบแสงแดดได้แก่ หัวไหล่ แขน ฯลฯ นอกจากแสงแดดแล้ว ความเครียด การตั้งครรภ์ ยาคุม ยากันชัก และมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดรอยฝ้า

วิธีรักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยสูตรสมุนไพรรักษาฝ้า

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะพร้าว ♦

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีกรดลอริก ที่จะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริน ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ทำให้รอยฝ้าจางลง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดด สามารถช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่ง ทำให้ช่วยยับยั้งเม็ดสี melanin ที่แปรปรวนจนเกิดฝ้า น้ำมันมะพร้าวจึงสามารถช่วยยับยั้ง และรักษาฝ้า รวมถึงความหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิวหน้า ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้ทุกวัน

นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีวิตาอีช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวใสขึ้น และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีอีกด้วย บางคนใช้เช็ดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าด้วยนะ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her ►Click

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าว รักษาฝ้า

ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบำรุงผิวหน้าหลังอาบน้ำทุกวัน เช้า-เย็น (หากตอนเช้าที่ต้องออกไปทำงานไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ค่ะ เพราะผิวหน้าจะมันระหว่างวัน แต่เหมาะกับคนผิวแห้่งใช้ได้ดีเลยทีเดียว) จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสขึ้น รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจะค่อยๆจางลง สิวลดลง ริ้วรอยตื้นขึ้นดีด้วย สามารถใช้ได้ทุกวัน เห็ผเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันละหุ่ง ♦

น้ำมันละหุ่ง อุดมไปด้วย วิตามินอี ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระใช้มานานหลายศตวรรษ เพื่อประโยชน์ในการรักษารอยฝ้า เอาน้ำมันละหุ่งนวด ทุกวันๆ ฝ้าก็จะจางลงได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อใช้แล้วหน้าชุ่มชื้นขึ้น ช่วยลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ไม่ทำให้เกิดสิว บางคนนำไปทำ Cleansing Oil เองโดยใช้น้ำมันละหุ่ง แล้วนวดหน้า ล้างเครื่องสำอางได้ดีเลยทีเดียว

วิธีใช้น้ำมันละหุ่ง รักษาฝ้า

เพียงทาน้ำมันละหุ่งหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ขึ้นไปค่ะ

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย น้ำมันมะรุม ♦

น้ำมันมะรุม มีวิตามินซี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวคล้ำให้ค่อยๆหลุดลอกอย่้าอ่อนโยน มีเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วหน้าไม่มัน และหลังใช้ตื่นเช้ามาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มและตึงกระชับ ใช้ไปซักระยะผิวจะค่อยๆสดใสไม่หมองคล้ำ ฝ้าจะค่อยๆจางลง แต่ในเรื่อง ฝ้า กระ ในขวดแรกอาจจะไม่ค่อยชัดเจนมาก เข้าเดือนที่ 2 ประมาณกลางเดือนจะสังเกตุเห็นชัดเจนเลยถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถสั่งซื้อได้จาก Herb & Her ►Click

วิธีใช้น้ำมันมะรุม รักษาฝ้า

เพียงทาน้ำมันมะรุมหลังล้างหน้า เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใส รอยดำฝ้า กระ ค่อยๆจางลง พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์บนใบหน้าได้ดีอีกด้วยค่ะ สามารถใช้ได้ทุกวัน และจะค่อยๆเห็นผลเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ขึ้นไปค่ะ

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล) ♦

น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบางๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ รักษาฝ้า

ใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย นำสำลีชุบ เช็ดหน้า 15 นาที ก่อนอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น (อาจจะมีกลิ่นฉุน เมื่อใช้ทาหน้า) สามารถทำได้ทุกวัน หรือทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆจางได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย แตงกวา ♦

แตงกวา มีวิตามินซี ฟอสฟอรัส เมทิโอนิน และมีสารซิสทิน ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ ช่วยรักษาฝ้า ให้ค่อยๆจางลง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้หน้าเนียนนุ่ม รูขุมขนเล็กลง ชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการไหม้แดดได้ดี ผิวหน้าผ่อนคลายดียิ่งขึ้น

วิธีใช้แตงกวา รักษาฝ้า

ปั่นแตงกวาให้ละเอียดนำมาพอกหน้าให้ทั่ว เว้นตา ปาก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด หรือจะฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ นำมาโปะพอกหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น รอยดำ ฝ้า กระ จางลงได้เป็นอย่างดี

♦ สมุนไพรรักษาฝ้าด้วย มะนาว ♦

มะนาว มีกรด AHA และ VitaminC ที่สูงมาก ทำให้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลัดเซลล์ผิวที่มีรอยดำคล้ำ ให้ค่อยๆหลุดลอกได้เป็นอย่างดี แถมยังลดปัญหาผิวมัน และการเกิดสิวได้ พร้อมทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ (สำหรับใครที่มีผิวบอบบางควรทดสอบก่อนใช้ด้วยนะคะ)

วิธีใช้น้ำมะนาว รักษาฝ้า

นำน้ำมะนาว 1 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นำมานวดใบหน้า 2-3 นาที และพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที ยิบๆเล็กน้อย แล้วอาการยิบๆจะทุเลาลงได้ ทำ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ เท่านี้รอยฝ้า หน้าหมองก็จะจางลง ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น แถมยังช่วยลดอาการเกิดสิว และผิวมันได้ดีอีกด้วย ทั้งถูกและดีจริงๆ (ผิวบอบบางไม่ควรใช้มะนาวอย่างเดียวในการพอกหน้านะคะ)รักษาฝ้า

12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมอง เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด !

อยากขาว วิธีทําให้ผิวขาว เคล็ดลับดี ๆ ที่สาว ๆ หลายคนอยากรู้ ขอบอกว่าถ้าอยากขาว พลาด วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรานำมาฝากไม่ได้เด็ดขาดจ้า…

อยากขาว

ในหมู่คนรักสวยรักงาม อยากขาว เป็นที่ทราบกันแบบอวดอ้างกล่าวขานต่อ ๆ กันมาว่า “กลูต้าไธโอน” เป็นสารที่ทำให้ผิวขาวผ่องและเป็นที่นิยมกันมาก แม้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจะออกมาเตือนผู้บริโภค ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์หรือยาอาจช่วยให้ผิวขาวได้ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายก็ผลิตเม็ดสีตามปกติ

การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

วิธีทำให้ผิวขาว

2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม

วิธีทำให้ผิวขาว

3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

วิธีทำให้ผิวขาว

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้

วิธีทำให้ผิวขาว

5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

วิธีทำให้ผิวขาว

6. ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง

วิธีทำให้ผิวขาว

7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผัก-ผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนติออกซิแดนท์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิธีทำให้ผิวขาว

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย

วิธีทำให้ผิวขาว

9. วิตามินซีเพื่อผิวสวย วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยสดใส ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากการทานผัก-ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ ก็อาจจะทานวิตามินแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาก็ได้ วิธีทําให้ผิวขาว นี้จะช่วยในเรื่องผิวและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่ายไปพร้อม ๆ กัน

วิธีทำให้ผิวขาว

10. การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำ ความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนค่ะอยากขาว

ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด

สิวอุดตัน ก่อนเข้าเรื่อง ขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านทุกท่านก่อนจ้าคำว่า ” สิว ” ในบทความนี้ทั้งหมด ใช้อธิบาย ” สิวปกติ ” เท่านั้น สิวปกติคืออะไร? สิวปกติ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของคอมีโดนในรูขุมขนส่วนสิวไม่ปกติ คือ สิวที่ไม่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน ไม่มีการอุดตันของคอมีโดน ตัวอย่างสิวไม่ปกติ เช่น สิวแพ้ยา,ผื่นคล้ายสิว, สิวเทียม, สิวผดจากยีสต์, สิวสเตอรอยด์ ฯลฯสำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นสิวสเตอรอยด์อ่านทางนี้ >> สิวสเตอรอยด์

สิวอุดตัน

สิวเกิดจากการอุดตันของ สิวอุดตัน คอมีโดน (comedones) ในรูขุมขน
คอมีโดนคือสารเหนียวที่เกิดจากการรวมตัวของ น้ำมัน + ขนอ่อน + เซลล์ผิวที่ลอกตัว +แบคทีเรีย
ระยะเวลาการก่อตัวของคอมีโดนเฉลี่ยอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะค่อยๆโตขึ้น ทำให้ท่อไขมันและรูขุมขนโป่งพองดันผิวหนังนูนขึ้น จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ระยะนี้เองที่เราเรียกมันว่า ” สิว ”
สิวเกิดได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่อาจจะพบมากในวัยรุ่น เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการสร้างน้ำมันจำนวนมาก
บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก และแผ่นหลัง เป็นบริเวณที่เป็นสิวได้ง่าย

รูปที่ 1 แสดงโครงสร้างรูขุมขน

องค์ประกอบในรูขุมขน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว

1. ขนอ่อน ในแต่ละรูขุมขนอาจมีขนอ่อนได้มากกว่า 1 เส้น
2. ต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันและลำเลียงผ่านรูขุมขนขึ้นไปฉาบผิวด้าบน
3. เซลล์บุผนังรูขุมขนที่มีการหลุดลอกออกตามธรรมชาติทุก 28 วัน
4. แบคทีเรียหลายชนิด แต่ตัวที่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดสิว คือ Propionibacterium acnes หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า พี แอคเน่ (P.acne)

สาเหตุของสิว
สิวมีสาเหตุหลักจากการอุดตันของคอมีโดน อะไรก็ตามที่ไปกระตุ้นให้เกิดคอมีโดนทั้งทางตรงและทางอ้อม นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว

รูปที่ 2 แสดงปัจจัยที่ทำให้เกิดคอมีโดน

แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

เซลล์ผิวที่หลุดลอก
เซลล์ผิวตายแล้วลอกตัวตามธรรมชาติแต่ตกค้างในรูขุมขน
เซลล์ผิวที่ลอกตัวแบบผิดปกติจำนวนมาก จากโรคผิวหนังบางชนิด การระคายเคืองซ้ำๆ เครื่องสำอาง การดูแลผิวผิดวิธี
น้ำมันที่ผลิตโดยต่อมไขมัน ปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เช่น
อาหารบางชนิด
ฮอร์โมนแอนโดรเจน
ความเครียด การอดนอน
อากาศร้อน
พฤติกรรมที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น การบำรุงผิวผิดวิธี การผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป การสัมผัสแกะเกา เสียดสีผิว ทำให้ผิวขับน้ำมันมาป้องกันการระคายเคือง
ขนอ่อน
ในแต่ละรูขุมขนจะขนอ่อน 1 เส้นหรือมากกว่านั้นถึง 80 เส้น ปกติขนอ่อนเหล่านี้จะหลุดออกเองตามธรรมชาติ แต่ถ้าขนอ่อนนี้ มีมากเกินไป ไม่หลุดออกเองแล้วไปรวมตัวกับน้ำมันกลายเป็นคอมีโดนสิวอุดตัน

เจาะลึก! วิตามินแต่ละตัวของวิสทร้า (Vistra)

วิตามินบำรุงผิว รีวิวฉบับนี้ห้ามพลาดสำหรับคนที่กินอาหารเสริมอยู่แล้ว
หรือกำลังมองหาอาหารเสริม
รวมถึงเพื่อนๆ ที่จะซื้อไปฝากคนที่ห่วงใย
เพราะมิสโอขนมาเต็มๆ กับการแกะขวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Vistra แบรนด์ดังอันดับ 1
ในเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แน่นอนว่าเพื่อนๆ คงรู้จักเป็นอย่างดีกับแบรนด์นี้
แต่! ไม่รู้หรอกว่าแต่ละตัวนั้นคืออะไร มีดียังไง ตัวไหนเพิ่งออกใหม่

วิตามิินบำรุงผิว

เริ่มที่ตัวแรก วิตามินบำรุงผิว Vistra Astaxanthin Plus Vitamin E (แอสตาแซนธิน 4 มก. พลัส วิตามินอี) เป็นตัวล่าสุดที่มิสโอจะนำมารีวิวกันค่ะ ตัวแพคเกจเป็นโทนสีแดงเข้ม ซึ่งแอสตาแซนธินเป็นสารสีแดงที่ให้วิตามินซีสูง มีส่วนช่วยในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ดูแลสุขภาพดวงตา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะเม็ด : ตัวนี้เม็ดจะมีรูปแบบแปลกตาจากปกติค่ะ จะเป็นเม็ดวงรีสีออกน้ำตาลแดง บีบแล้วนิ่มๆ ไม่แข็ง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คำแนะนำ :รับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

“กินแล้วได้ผล เพราะเราทำงานกับหน้าจอคอมตลอดทั้งวัน

พอตกบ่ายตาก็จะเริ่มล้า หรือมัวๆ พอกินตัวนี้เข้าไปก็รู้สึกว่าตาไม่ล้าเหมือนแต่ก่อน ตกบ่ายก็ยังใส ไม่เมื่อย”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตัวถัดมาเป็น BEWEL Rice Bran Oil & Rice Germ Oil Plus Wheat Germ Oil 1000 mg. (น้ำมันรำข้าวและน้ำมันจมูกข้าว ผสมน้ำมันจมูกข้าวสาลี) ตัวแพคเกจเป็นโทนสีออกเหลืองนวล เพื่อนๆ คงทราบประโยชน์มากมายของ น้ำมันจากข้าว กันใช่ไหมคะ ซึ่งหน้าที่หลักจะมีส่วนช่วยในเรื่องของคอเลสเตอรอลในร่างกาย และการทำงานของระบบประสาท ที่พิเศษคือส่วนผสมนำเข้าจากญี่ปุ่น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะเม็ด : เม็ดรูปวงรียาวกว่าตัว แอสตาแซนธินค่ะ สีออกเหลืองใสๆ บีบแล้วนิ่มนิดหน่อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คำแนะนำ : รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้าและเย็น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ต่อไปมาดูตัวฮิตในเรื่องของวิตามินซีกันค่ะ เพื่อนๆ ที่กินอาหารเสริมมักเลือกตัวของวิตามินซีกันเป็นอันดับต้นๆ มิสโอก็เช่นกันค่ะ ต้องกินวิตามินซีเป็นประจำกินไปจนติดเป็นนิสัยเลย Vistra Acerola Cherry 1000 mg. Plus Citrus Bioflavonoids (อะเซโรลา เชอร์รี่) ตัวแพคเกจเป็นโทนสีส้ม อุดมไปด้วยวิตามินซีสูงจากเชอร์รี่สกัดจากสเปน ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ และภูมิแพ้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะเม็ด : เป็นทรงวงรีสีเหลืองนวลๆ ผิวเม็ดจะมันๆ และแข็ง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คำแนะนำ : รับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

“กินมาตลอด ขาดไม่ได้เลย เพราะให้วิตามินสูงทำให้ไม่ค่อยเป็นหวัดเหมือนแต่ก่อน

กินคู่กับตัวกลูต้าและคอลลาเจนรู้สึกว่าผิวพรรณสดใส แต่ก็ต้องใช้เวลา”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ในเมื่อมาเรื่องผิวกันแล้วมิสโอขอต่อที่ Vistra Gluta Complex 800 mg. Plus Rice Extact (กลูต้า คอมเพล็กซ์ 800 ผสมสารสกัดจากข้าว) ตัวแพคเกจเป็นโทนชมพู มีส่วนช่วยในเรื่องของผิวพรรณ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลักษณะเม็ด : ทรงรีสีชมพูอ่อน ผิวมันๆ เหมือนตัวอะเซโรลา เชอร์รี่ ขอบอกว่าสีน่ารักมากมิสโอหลงสุดๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คำแนะนำ : รับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

“ปกติกินตัวนี้คู่กับตัวอะเซโรลา เชอร์รี่ มันทำให้ดูซึมดีขึ้น

กินไปสักพักเลยกว่าจะเห็นได้ว่าผิวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ต่อไปเป็น Vistra Grape Seed 60 mg. Natural Extract (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น) ตัวแพคเกจเป็นโทนชมพูอมม่วง ซึ่งสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายส่วนเลยทีเดียวค่ะ เช่นมีส่วนช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือด ภูมิแพ้ และสายตาวิตามินบำรุงผิว

Review : Super Nose อุปกรณ์ทำดั้งโด่ง ง่ายๆไม่เจ็บตัว ไม่ต้องศัลยกรรม

ดั้งโด่งทางแบรนด์ Super Nose ได้ส่งอุปกรณ์ทำดั้งโด่งมาให้ส้มได้ทดลองใช้
แต่เนื่องจากว่า จมูกก็โด่งมากอยู่แล้ว เลยไม่ได้ใช้หน้าตัวเองในการรีวิวครั้งนี้นะคะ
เพราะถ้าส้มใช้ไปก็ไม่เห็นผลอะไรแตกต่างมากมาย
อันนี้จมูกพ่อกับแม่ให้มาซะเต็มสตรีม…. (อยากให้มันโด่งน้อยกว่านี้มากๆเลยค่ะ)

ดั้งโด่ง

เอาล่ะ…เรามาดูหน้าตา Super Nose ที่พูดถึงกันดีกว่านะคะ

กล่องดีไซน์สีสันจัดจ้าน ดั้งโด่ง น่ารักดีนะส้มชอบ อาร์ตดี

ด้านหลังกล่องก็จะมีรายละเอียด วิธีการใช้ บอกครบถ้วนค่ะ
ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่เป็น

สำหรับ Super Nose นั้นตอนนี้มีจำหน่าย 2 ขนาด คือ SX กับ S
ส่วนขนาด M นั้น กำลังผลิตอยู่ค่ะ

ทางแบรนด์เลยส่งมาให้ส้มลองใช้ 2 ไซส์ตามรูปจ้ะ

ส่วนวิธีการเลือกขนาด ว่าจมูกเราจะเหมาะกับ Size ไหนนั้น
ดูตามรูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

ภายในกล่อง ถ้าเปิดออกมาแล้ว จะมีอุปกรณ์อยู่ 2 อย่าง

1. ที่คีบ
2. Super Nose เป็นพลาสติกทรงโค้งสีดำ 2 ชิ้น

วิธีการใส่ Super Nose

1. ทำความสะอาดภายในจมูกให้สะอาดเสียก่อน

2. ให้มองไปข้างหน้า หรือ ก้มลงเล็กน้อย แล้วใส่ Super Nose
เข้าไปจนถึงปลายจมูกด้านใน ขยับจนกว่ามันจะอยู่กับที่

ข้อควรระวัง : ห้ามเงยหน้าเด็ดขาดเพราะอุปกรณ์อาจจะไหลเข้าไปในจมูกได้ค่ะ
3. เม้มริมฝีปากบน ใช้นิ้วโป้งดัน Super Nose ให้เข้าไปอยู่ตรงตำแหน่งปีกจมูกพอดี

4. ใช้นิ้วมือขยับ Super Nose จนรู้สึกสบาย และอาจจะใช้แหนบคีบ
เพื่อจัดให้ Super Nose เข้าที่ได้รูปทรงจมูกที่สวยตามต้องการ

5. เวลาจะเอา Super Nose ออก แนะนำให้ใช้ที่คีบ ดึง Super Nose
ออกมาอย่างระมัดระวัง

คำแนะนำ : ควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้เพื่อสุขอนามัยที่ดีค่ะ

ผลหลังการใส่ Super Nose

ส้มถามน้องดา (นางแบบในรูป) ว่ารู้สึกยังไงตอนใส่
เค้าบอกว่า ตอนที่ใส่ครั้งแรกอาจจะยังเกร็งๆ กะไม่ถูก
อารมณ์เหมือนใส่ คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ยังไม่ค่อยถนัด
แต่พอใส่เข้าไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร
ครั้งแรกอาจจะตึงๆเล็กน้อย เหมือนมีคนเอานิ้วแหย่จมูกเอาไว้

ต้องบอกก่อนว่า น้องดา นี่เค้าทำศัลยกรรมจมูกมาก่อนแล้ว
แต่ไม่ได้เสริมเยอะมากนัก ตอนแรกให้ใส่ก็ยังกลัวว่าน้องจะเจ็บ
แต่น้องบอกว่า ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย

แถมยังช่วยทำให้ปลายจมูกเชิดขึ้นสวยได้รูปมากขึ้นด้วย
ปลื้มปริ่มกันเลยทีเดียว…ติดใจเลยทีนี้ น้องไม่ต้องไปทำศัลยกรรมเพิ่มด้วย
เพราะคนนี้อยากจะไปเสริมจมูกตรงปลายให้เชิดขึ้นอยู่พอดี
ได้ Super Nose มาช่วยชีวิตไว้พอดี ไม่ต้องไปทำให้เจ็บตัวละ

ถ่ายรูปด้านข้างมาเห็นชัดมาก ว่าปลายจมูกเชิดขึ้นได้รูป
ด้านหน้าตรง ก็จะทำให้จมูกเป็นสัน โด่งขึ้นทันทีค่ะดั้งโด่ง

รีวิว PINOCHI NOSE+ W Cell คุณดา ดั้งโด่ง แผลเล็กนิดเดียว

ดั้งโด่งการ ฉีดไหมเสริมจมูก กำลังเป็นกระแสที่มาแรงมากเลยค่ะในตอนนี้ เพราะเทคนิคนี้สามารถทำให้จมูกนั้นสวยได้รูป ดั้งโด่ง ปลายเชิดได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเลยนั่นเอง ซึ่งคุณดาก็ได้สนใจการเสริมจมูกด้วยเทคนิคการฉีดไหม Piconchi Nose พร้อมเคลือบ W – CELL ค่ะ โดยแพทย์ผู้รับหน้าที่ฉีดไหมเสริมจมูกในเคสนี้คือ พญ.ปาณิสรา ธนาดลรุ่งเจริญ หรือคุณหมอมิ้นท์ค่ะ

ดั้งโด่ง

ก่อนอื่นเลย เป็นคนไม่ชอบการทำศัลยกรรมมาก ดั้งโด่ง แต่อยากสวยแบบไม่เจ็บตัวอ่ะ มีอะไรทำได้รึเปล่าล่ะ ในที่สุดก็มาเจอ เซรั่มดั้งโด่ง

หลายคนพอเจอคำว่า เซรั่มดั้งโด่ง คิดเหมือนกันรึเปล่าคะ ว่า บ้าไปแล้ว จริงเหรอ แล้วมันทำได้จริงเหรอ คลายคำถาม วนๆ อยู่ในหัว

เลยไปค้นหาในอินเตอร์เน้ต ตามเวปไซต์ต่างๆ ใช่ป่ะ แล้วก็เจอความคิดเห็นมากมาย จนสรุปเอาเองว่า เซรั่มดั้งโด่ง จริงๆ แล้วไม่มีอยู่บนจริงหรอก

วันนี้จะมาตอบคำถามให้ว่า เซรั่มดั้งโด่ง มันเวิร์คจริงรึเปล่า
เซรั่มดั้งโด่ง เป็นสินค้าที่เพิ่งเริ่มนําเข้ามาขายกัน ตัวเราเองก็ให้แฟนลองใช้ เพราะแม่เราเสริมจมูกด้วยซิลิโคน แต่เท่าที่อ่านมาคือ

มีส่วนผสมหลักเป็น สารสำคัญจากเปลือกหอยทะเลน้ำลึก สกัดได้เป็น GAS ช่วยเสริมสร้างการเติบโตของเซลล์กระดูก

มีกรดอะมิโน glucosamine และแคลเซียม มันสามารถช่วยสร้างการเติบโตของเซลล์กระดูก

เมื่อนํามาทาจมูกก็จะทําให้โด่งขึ้นมา ด้วยสารสกัดต่างๆทําให้ระบบไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณจมูกได้ดีขึ้น

*** ตัวนี้เป็นสารสกัดจากครัสเตเซียทะเลน้ำลึก ได้มาซึ่งก๊าซโมเลกุลความบริสุทธิ์เกินกว่า 99% ซึ่งโมเลกุลนี้ จะไปช่วยให้การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน

ซึ่งกระดูกจมูกอ่อนจะตอบสนองเซลล์ของโมเลกุลที่มีขนาดเล็กนี้ เพื่อให้จมูกโด่งขึ้น สวยขึ้น ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

แต่ก็อีกนะคะ รีวิวจะบอกว่าดี แจ่ม แค่ไหนก็ตาม ก็คงไม่ดีเท่ากับลองใช้เอง เลิกถาม เลิกสงสัย ลองใช้เองแล้วคุณจะรู้ว่า เซรั่มดั้งโด่ง เห็นผลจริงมั้ยดั้งโด่ง

[Review] ทำคิ้วสามมิติค่ะ

คิ้วสามมิติ เนื่องด้วยตัวเองเป็นคนที่คิ้วบางเหลือเกิน ลำบากมากในการเขียนคิ้วแต่ละวันให้มันเท่ากัน เสียเวลาในตรงจุดนี้มากๆ วันไหนที่เขียนไม่เท่ากัน เขียนยังไงมันก็ไม่เท่ากันซักที ทำให้ไม่ค่อยกล้าทำผมเปิดหน้าผากเท่าไรเลย เพราะเขียนคิ้วไม่เท่ากัน ถ่ายรูปมาแล้วเห็นค่อนข้างชัดเจน จึงเกิดการอยากทำคิ้วสามมิติขึ้นมา เราก็ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร ดูทรงคิ้ว รีวิว แต่ละคนที่เคยทำมา ประกอบกับมีรุ่นพี่ที่รู้จักคนนึงไปทำมาแล้วสวยมากๆ เลยสอบถามราคาและพิกัด จากนั้นตัดสินใจอยู่ซักพักจึงไปทำ

คิ้วสามมิติ

ไปถึงพี่เค้าก็จะเอายาชามาทาที่คิ้วเราทั้งสองข้าง คิ้วสามมิติ แล้วเอาพลาสติกแปะทับ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ

จากนั้นก็จะเช็ดออกและออกแบบวาดคิ้วตามที่เราต้องการ เราชอบแบบไหน อยากได้ยังไง ก็บอกช่างเลยค่ะ เค้าก็จะวาดจนกว่าเราจะพอใจ แล้วก็ทายาชาอีกรอบค่ะ เมื่อได้ทรงคิ้วแล้วช่างก็จะเอาสก็อตเทปมาติดรอบทรงคิ้วของเราเอาไว้ คาดว่าเพื่อเวลาทำจะได้ออกมาตามทรงคิ้ว

หลังจากทายาชารอบที่สองก็จะทิ้งไว้อีกซักพักค่ะ แล้วช่วงก็จะถามเรื่องสี ส่วยมากจะอิงจากสีผม บางคนก็อยากได้เข้ม บางคนอยากได้อ่อน แจ่ของเราเป็นสีน้ำตาลดำค่ะ คือจะไม่ดำเกินไป

ต่อไปก็ถึงเวลาสักคิ้วค่ะ ขั้นตอนนี้เราไม่ค่อยทราบนะคะว่าเค้าทำยังไง รู้แต่ว่าเหมือนมีอะไรมาสะกิดๆที่คิ้ว แรกๆไม่เจ็บค่ะ แต่พอหลังๆช่วงๆปลายคิ้วเริ่มรู้สึกค่ะ จิ๊ดๆ แต่เจ็บแบบทนได้อะคะ ไม่มาก แอบเสียวนิดๆ 55555 ทำเหมือนกันทั้งสองข้าง ทำเสร็จช่างก็จะให้เราดูว่าเป็นไงบ้าง โอเคมั้ย จะเพิ่มเติมตรงไหนรึปล่าว สีได้มั้ย เพราะเดี๋ยวหลายๆวันต่อไปสีมันจะดรอปลงอีกอยู่ เมื่อโอเคทุกอย่างแล้ว ช่างก็ใส่น้ำยาที่ทำให้สีคิ้วอยู่ทนค่ะ

อันนี้เป็นรูปที่เราเอามาจากรีวิวของที่ร้านค่ะ ที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆเลย คิ้วจะแดงๆหน่อย จะรู้สึกคันยิบๆ

ช่างห้ามโดนน้ำเจ็ดวัน แต่งหน้าได้ แต่เว้นคิ้วไว้ ต้องทาขี้ผึ้งทุกเช้าเที่ยงเย็น จะบอกว่าเป็นช่วงที่ชีวิตลำบากมากๆ ล้างหน้า สระผมทีนี่แบบ ระวังสุดชีวิต 555555

มาดูความรู้สึกของเราหลังทำเสร็จคือ ไม่ชินหน้า และรู้สึกว่ามันเข้ม และหัวคิ้วมันเป็นตัดๆไงไม่รู้ เป็นกรอบ เหมือนมีอะไรมาครอบคิ้วไว้ เพราะเราชอบไล้หัวคิ้วมาจนเป็นสันจมูก สองวันแรกยอมรับเลยว่าเครียดมากๆ ไม่น่าไปทำเลย จนถึงขั้นหาวิธีเอาออกตามเนต ก็ทราบว่าต้องเลเซอร์ออก เสียตังนู้นนี่นั่นอีก เจ็บตัวด้วย เลยอดทนรอดูจนคิ้วลอก แล้วก็เป็นดังนี้

รูปนี้น่าจะเป็นวันที่สองของการทำ จะสังเกตเห็นว่าสีจะจางลงจากวันแรกนิดเดียว แต่หัวคิ้วยังเป็นตัดๆตามความรู้สึกเราอยู่

รูปนี้เป็นวันที่สี่ของการทำค่ะ จะสังเกตเห็นว่าสีคิ้วจางลงค่อนข้างเยอะ และหัวคิ้วเริ่มลอกแล้ว ซึ่งเราชอบมากๆ เพราะมันเริ่มธรรมชาติ (ขออภัยที่สีอาจมีเพิ้ยนบ้างนะคะ เพราะแสงและสถานที่แตกต่างกันค่ะ)คิ้วสามมิติ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เติมหน้าผากนูนสวยด้วยฟิลเลอร์ครั้งแรก มาดูผลลัพธ์ที่ได้..!

ฟิลเลอร์ สวัสดีค่า เราชื่ออีฟนะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน ^^ วันนี้ตั้งใจมาแชร์ประสบการณ์ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก กับคุณหมอเชี้ยว แห่งมาสเตอร์พีซ คลินิก ค่ะ ส่วนตัวเป็นคนชอบดูแลตัวเองอยู่แล้ว ทั้งเส้นผม ผิวพรรณ โดยเฉพาะการออกกำลังกาย เราเป็นคนชอบออกกำลังกายมาก เป็นที่รู้กันในกลุ่มเพื่อนเลยว่าถ้าอยากเจอเราจะไปหาเราได้ที่ไหน 55555 อีกอย่างคือเรามีรับงานถ่ายแบบด้วยค่ะ

ฟิลเลอร์

งานฟิลเลอร์ครั้งนี้เลยเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ 55555 ฟิลเลอร์ แถมใช้เวลาตัดสินใจไม่นานด้วย เพราะเราใช้บริการดูแลผิว อย่าง Spectra Gold, MENO AURA และ ทรีตเม้นท์ผม กับมาสเตอร์พีซ คลินิก เป็นประจำอยู่แล้ว เลยคุ้นเคยกับพี่ๆ พนักงานดีค่ะ พอลองถามกับพี่ที่ทำทรีตเม้นต์ให้ประจำว่าอยากทำหน้าผากให้นูนขึ้น พอจะทำอะไรได้บ้าง พี่เค้าก็แนะนำว่าน่าจะฉีดฟิลเลอร์ แต่ให้ลองปรึกษากับคุณหมอดูอีกที พี่เขาก็จัดการนัดคิวคุณหมอให้เสร็จสรรพ จนได้มาปรึกษากับหมอเชี้ยวนี่แหละค่ะ

วันปรึกษาเราก็ถามคุณหมอนะว่าหน้าผากแบนนี่แก้ยังไงได้บ้าง คุณหมอบอกว่าจริงๆ สามารถทำได้หลายแบบ หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบถาวรกับไม่ถาวร แบบไม่ถาวรจะเป็นพวกฉีดไขมันและฟิลเลอร์ ส่วนแบบถาวรก็เป็นการผ่าตัดเสริมหน้าผากไปเลย พอถามว่าแล้วแบบไหนเหมาะกับเรา คุณหมอก็ให้เราหันซ้ายหันขวา เพื่อประเมินหน้าผากเราค่ะ ประเมินเสร็จคุณหมอบอกว่าแบนจริงๆ ด้วย 55555 หมอเชี้ยวบอกว่าขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา แต่ถ้าคุณหมอแนะนำ อยากให้ลองฉีดฟิลเลอร์ดูก่อน เพราะเป็นวิธีที่ทำแล้วเห็นผลทันที บวมช้ำน้อยกว่าวิธีอื่นๆ และเติมแก้ไขง่าย ถ้าไม่ถูกใจก็กลับมาฉีดเติมใหม่ได้ ซึ่งเราก็ว่าดีนะ พอปรึกษาเสร็จก็ได้คิวฉีดฟิลเลอร์วันถัดไปเลย

หลัง ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก รู้สึกหน้ามีมิติขึ้น ไม่ได้มีแต่จมูกที่พุ่งออกมาแค่อย่างเดียวแล้ว เวลาถ่ายรูปด้านข้างก็ดูสมส่วนขึ้น ยิ่งช่วงที่ครบอาทิตย์พอดีกำลังสวยเลยค่ะ โอเคมากเลย ตอนแรกตั้งใจว่าถ้าหน้าผากยังไม่ฟูหรือแบนอยู่กะไปฉีดเพิ่มเหมือนที่คุณหมอบอก เพราะคิดว่า 2 cc. มันน้อยไป

แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว กำลังดีเลยค่ะ ต้องขอบคุณคุณหมอเชี้ยว ทีมงาน และพี่พนักงานมากจริงๆ ค่ะ ดูแลกันอย่างกับคนในครอบครัว 55555 น่ารักมากๆ ^^ ใครที่มีปัญหาคล้ายๆ เราแนะนำให้พูดคุยปรึกษากับคุณหมอด้วยตัวเองก่อนค่ะ เพราะรายละเอียดจริงๆ เยอะมาก แต่ละคนก็อาจจะมีวิธีแก้ไขแตกต่างกันไป ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุดค่ะฟิลเลอร์

::Review:: สักคิ้ว 6 มิติ เฮ้ยยย !!!! มันถึงขนาดนี้แล้วหรอเนี่ยยยย

สักคิ้ว 6 มิติ เฮลโล่วววววววว เอวี่บอดี้
ห่างหายจากการเขียน Blog ไปนานมากกกกกกกกกกกกก (ก ไก่ 2.2 ล้านล้านตัว อุ๊บส์ !!)
เนื่องด้วยเพิ่งเรียนจบ และเริ่มงานใหม่ จนตอนนี้งานที่ทำก็อยู่ตัวแล้วอะไรแล้ว
จึงได้ฤกษ์กลับมาแชร์ความงามกันอีกครั้ง เย้ !!!!!!!!!!!!!!!!

สักคิ้ว 6 มิติ

พอดีว่า …. เมื่อวานนี้ แพรวไป สักคิ้ว6มิติ มาค่ะ
ตอนเห็นโฆษณาครั้งแรกคือ ต๊กกะใจมากกกกกกก แม่เจ้า !! คิ้ว 6 มิติ คืออัลไล???
คือ เคยเห็นแค่ 3 มิติ กว้าง * ยาว * สูง แล้วมิติที่ 4 5 6 มันคืออะไรน้อออออ

ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบสงสัยอะไรนาน มันรู้สึกคาใจพิลึก
จึงจัดการหาข้อมูล แต่ก็ยังไม่ค่อย get เท่าไหร่ เพราะมีการให้ข้อมูลทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งบอกว่า มันก็คือ 3 มิติแบบเดิมๆเบๆนั่นแหละค่ะคู๊ณณณ แค่โฆษณาให้เว่อร์เพื่ออัพราคา
อีกฝ่ายก็บอกว่า 6 มิติ เส้นจะพริ้วกว่า ธรรมชาติกว่า 3 มิติอีกนะย่ะ ขอโบกกกกกกก

อย่ากระนั้นเลย ขออย่างงี้ มันต้องลอง ถึงจะรู้จ้าาาาาา
เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็รีบ Google หาข้อมูลในทันใด
ราคาสักคิ้ว 6 มิติราคาสูงกว่า 3 มิตินะ เท่าที่ดูมา ส่วนใหญ่ราคา 7,000 up ทั้งนั้นเลย
แต่โชคดีมาก ไปร้านนี้จัดโปรเหลือ 3,500 บาทเท่านั้น แถมอยู่โคราชเหมือนกันซะด้วย
กระโดดตัวลอย (ประมาณ 2 นิ้ว เพราะหนักไขมัน) ด้วยความดีใจสุดฤทธิ์
แล้วก็โทรไปจองคิวในทันใด จองปุ๊บ ทำวันถัดมาเลยจ้า (เร็วไปม๊ายยยยย)
เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ การออกแบบทรงคิ้ว
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆๆๆๆนะคะ เราต้องแจ้งช่าง สื่อสารกับช่างให้เข้าใจว่าเราต้องการคิ้วแบบไหน
เพราะคิ้วเนี่ย พลาดแล้วพลาดเลย เดี๋ยวจะมาเสียใจภายหลังแบบเค้า
อย่างของแพรวเนี่ย แพรวบอกช่างว่าอยากได้คิ้วหนานิดๆ ตรงช่วงหางโค้งๆเกือบตรง ไม่เอาเหลี่ยมเด็ดขาดเพราะไม่ชอบ
ช่างก็จะออกแบบคิ้วตามที่เราต้องการ นั่งปรับตรงนู่น แก้ตรงนี้ เพิ่มหัวคิ้วหน่อย ขอหางยาวๆหน่อย ก็แก้ไขกันไปจนกว่าจะได้แบบที่พอใจที่สุด

ผลงานที่ออกมา ให้ 4 ห้องหัวใจไปเลยยยยยยยย ช่างน่ารักและเป็นกันเองมากกก เราเป็นคนที่เรื่องมากนะ เพราะเราถือว่าคิ้วเป็นส่วนที่สำคัญ บวกกับเจอประสบการณ์ที่ไม่โอเคเท่าไหร่มาจากครั้งที่แล้วด้วย เราให้ช่างแก้คิ้วเรานานมากกกกก ขนาดตอนที่ทำเสร็จแล้ว เรามองว่าหางไม่เท่ากัน ช่างก็ไปเอาไม้บรรทัดมาวัด และก็ไม่เท่ากันจริงๆ ต่างกันแค่ 1 มิลเท่านั้นเอง ช่างยังชมว่าเราช่างสังเกตมาก และก็นั่งแก้คิ้วให้เราใหม่ เพิ่มตรงส่วน 1 มิลให้เรา (แต่ใช้วิธีเหมือนทำคิ้วแบบเต็มทุกอย่าง ทั้งวาดเส้น ผลักสี หมักสี ) คือ เราประทับใจในจุดนี้มาก งานละเอียดมาก และช่างใส่ใจมากจริงๆค่ะ

– ความสะอาด เราพอใจนะ อุปกรณ์ทุกอย่างที่จะใช้กับเรา ช่างจะเอามาให้ดูก่อนตลอดว่า เป็นของแกะใหม่เลยนะ และอธิบายตลอดว่า ตัวนี้คืออะไร ใช้ทำอะไร ของที่ใช้ทุกอย่างต้องแกะใหม่ และผ่านการฆ่าเชื้อในเครื่องอบฆ่าเชื้อด้วย

– การตกแต่งร้าน ร้านตกแต่งได้น่ารัก ไม่แออัด ตกแต่งสวย สไตล์วินเทจ มี Free-Wifi มีทีวีให้ดู มีขนมกับน้ำให้ทั้งลุกค้าและผู้ติดตามทุกคน เก๋อ่ะ

ปล. เค้าไม่ได้เป็นหน้าม้า ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์นะจ้ะ นี่ลงทุนเอง หาข้อมูลเอง และประทับใจจริงๆจึงอยากจะมาแชร์จ้าาาาาสักคิ้ว 6 มิติ